[TVXQ-ShortFic] The Last Lie, Realized (YooSu)
posted on 17 Jan 2007 19:56 by rikusama in MyFic(เมื่อกี้เกิดการผิดพลาดในการลง ฮ่วย เอาใหม่=w=")
3 2 1.....
เอาชอร์ตฟิกมาลงมั่งดีกว่า เหอๆ ไหนๆก็แต่งแล้ว จริงๆฟิกเรื่องนี้เป็นฟิกยูเนียนของเรากับซาเน็นนะจ๊ะ ซาเน็นแต่งเรื่อง The Last Lie แล้วเราเอาเรื่องนั้นมาเขียนเป็นภาคต่อชื่อ Realized สำหรับคู่ก็ยูซูนั่นเอง เอิกส์ๆ คู่นี้เราก็(โคตรรร)ชอบ ฮ่าๆ ว่าแล้วถ้าใครยังไม่เคยอ่านก็ขอเชิญนะคะ^^
Title :: "The Last Lie"
Paring :: YooSu
Featuring :: TVXQ
Typing :: AU
Rating :: PG-13
Written by :: Zanen (Kim Soa)
Noted From Zanen:: ฟิกเรื่องนี้เป็นฟิกเก่าดั้งเดิมของเรา(ซาเน็น)เองที่เคยแต่งเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว หากใครอ่านแล้วรู้สึกคุ้นๆล่ะก้อรับรองว่า ไม่ได้ไปลอกฟิคใครที่ไหนมาแน่นอน เพราะเราคือคนแต่งเองจ้ะ
++++++++++++++++
ตลอดเวลาที่เราคบกันมา ผมรู้ดีว่าเขาไม่เคยรักผมเลย
ในสายตาของเค้ามีแต่เงาของคนนั้น.เพื่อนสนิทของผม
ในหัวใจของเค้ามีแต่คนๆนั้นเพียงคนเดียว
ผมพยายามอดทนมาตลอด ทำใจยอมรับให้ได้
แต่ความเป็นจริงมันโหดร้ายเกินไป
จนหลายๆครั้ง ต้องระบายออกด้วยหยาดน้ำตา
ทำไมนะ.... ทำไมผมถึงต้องมาทนกับอะไรแบบนี้ด้วย
เพียงเพราะว่า.รักใช่มั้ย
********************************
เพล้ง!! เสียงจานกระเบื้องใบงามร่วงหล่นจากมือคู่สวย ที่ดูเหมือนผู้เป็นเจ้าของนั้น จิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวสักเท่าไหร่
อ๊ะ! ขอโทษครับ ร่างเพรียวบางรีบก้มลงเก็บเศษกระเบื้องที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นอย่างลุกลี้ลุกลน
เป็นอะไรของนายน่ะจุนซู นี่มันใบที่ 5 ของวันนี้แล้วนะ เสียงทุ้มดูมีอำนาจ อดที่จะเอ่ยต่อว่าไม่ได้จากพฤติกรรมแปลกๆของลูกน้อง
ผม..ขอโทษครับ ใบหน้าน่ารักภายใต้เรือนผมน้ำตาลทองพลิ้วรับกับผิวหน้านวลใส ก้มหัวขอโทษอย่างสำนึกผิด ทั้งๆที่นั่งคุกเข่าอยู่
เฮ้อ! เอาเหอะ เก็บกวาดเสร็จแล้วก็ไปตั้งสติซักครึ่งชั่วโมงป่ะ
คะ ครับ ริมฝีปากบางเม้มรับคำ พลางรีบลงมือทำความสะอาดท่ามกลางสายตาคมที่จ้องมองอยู่ตลอดเวลา ชายหนุ่มพยายามเก็บให้เร็วที่สุด แล้วจึงรีบเดินออกจากร้านไป
********************************
เฮ้ออ ผมแหงนหน้ามองท้องฟ้า ถอนหายใจออกมาจากความอึดอัดที่มีอยู่ภายในใจ หลังจากที่เดินเรื่อยเปื่อยมาจนถึงม้านั่งยาวไม่ใกล้ไม่ไกลจากร้านอาหารที่ผมทำงานอยู่ เหม่อมองทอดสายตาออกไปด้วยความว่างเปล่า แต่จิตใจ กลับไม่เป็นเช่นนั้น.ไม่เลย
ขยันทำตัวเรียกร้องความสนใจเก่งนักนะ เสียงเหน็บแนมดังขึ้นจากด้านหลังทำเอาผมสะดุ้ง หันไปมองอย่างตกใจเล็กน้อย
ยูชอน..เอ่อ ปะ เปล่านะ ชั้น เอ่อ วันนี้ชั้นไม่ค่อยสบาย ผมรีบปฏิเสธโดยที่ไม่กล้าสบสายตาคมคู่นั้น
เป็นโรคสำออยรึไง เพราะนายทำให้คนอื่นเค้าเดือดร้อนไปกันหมดรู้ตัวรึเปล่า?? ต้องมาคอยรับผิดชอบแทนในส่วนของนาย ทั้งๆที่ไม่จำเป็นเลยน่ะ
เค้าขึ้นเสียงใส่ผมอย่างไม่พอใจ เพราะอะไร ผมรู้ดี...... คนเดือดร้อน ที่เค้าหมายถึงน่ะ คงจะเป็นคนๆนั้นสินะ คนที่เค้ารักเพียงคนเดียวคิม แจจุง...... เพื่อนสนิทของผมเอง
ชั้นขอโทษ ผมได้แต่ก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าที่จะเงยขึ้นมามองดวงตาคู่นั้น
.สายตาที่ไม่เคยมีผมอยู่ข้างในเลยไม่มีเลยแม้แต่น้อย
อย่ามาทำตัวมีปัญหาแบบนี้อีก จำไว้ เค้าทิ้งท้ายก่อนที่จะหันหลังเดินไปอย่างไม่แยแส ผมจึงค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองแผ่นหลังกว้างที่กำลังเดินจากไปช้าๆ สักพักภาพตรงหน้าก็เริ่มมัว จากม่านน้ำตาที่ค่อยๆบดบังและเริ่มรินไหลลงมาอย่างไม่มีทีท่าจะสิ้นสุด
กี่ครั้งแล้ว ที่ต้องเป็นอย่างนี้ ............กี่ครั้งที่ต้องเจ็บปวด
คำพูดที่ไร้การถนอมน้ำใจ การกระทำที่ไม่เคยแคร์ ไม่เคยสนใจใยดี แตกต่างกับสิ่งที่เค้ามอบให้กับคนๆนั้นอย่างสิ้นเชิง ทั้งๆที่เราคบกัน .......ได้ชื่อว่าเป็นคนรักกันแท้ๆ
ชะ ชั้นรักยูชอน เรา....เอ่อ จะคบกันได้มั้ย
อืม ได้สิ
เค้าตอบง่ายๆโดยที่ไม่รู้สึกอะไร ในขณะที่ผมตื่นเต้นแทบตาย คิดแล้วคิดอีกกว่าจะตัดสินใจสารภาพรักออกไปได้ และหลังจากนั้นเราก็คบกันเรื่อยมาก จนถึงวันนี้ 3 เดือนแล้ว....
ทุกๆวันที่ผ่านมามันทำให้ผมเริ่มแน่ใจขึ้นเรื่อยๆ ว่าเค้า..ไม่เคยคิดอะไรกับผมเลยแม้แต่น้อย
ผมมองเพียงเค้า แต่คนที่เค้ามองกลับไม่ใช่ผม
สายตาของเค้าเลยข้ามไปหยุดอยู่ที่..เพื่อนสนิทของผม
ถึงแม้เค้าจะไม่เคยบอก แต่ผมก็รับรู้ได้ด้วยตัวเอง แค่นั้นมันก็เกินพอแล้ว
เหตุผลง่ายๆที่ยูชอนไม่คบกับเพื่อนของผม นั่นก็เพราะ แจจุงเค้ามีคนรักแล้วน่ะสิ
แจจุงกับยุนโฮน่ะ.....เค้ารักกันมากเลย ผมจึงเข้าใจดีว่าทำไมยูชอนเค้าถึงหันมาคบกับผม
.......เพียงเพื่อได้อยู่ใกล้ โดยใช้ผมเป็นตัวเชื่อม ผมมีค่าเพียงเท่านี้ ..เท่านี้จริงๆ
ผมก้มลงมองนาฬิกา หมดเวลาพักแล้วสินะ
พลางเอื้อมมือไปเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มใส ไม่ให้เหลือร่องรอยว่าได้ปลดปล่อยความเจ็บปวดให้หลั่นรินลงมามากเพียงใด
ค่อยๆหลับตา ข่มใจ ให้อดทน ให้เข้มแข็ง สูดหายใจเข้าลึกๆ ให้ตัวเองผ่อนคลาย ก่อนที่จะลืมตาขึ้นช้าๆ แล้วตัดสินใจลุกเดินกลับเข้าไปยังร้านอีกครั้ง
********************************
วันรุ่งขึ้น ผมมาทำงานตามปกติ ในขณะที่กำลังเปิดประตูห้องพักพนักงานนั้นเอง ก็ต้องตกตะลึงกับภาพตรงหน้า
ภาพที่เห็นจากการแง้มบานประตูออกเพียงเล็กน้อย แต่มันกลับชัดเจนอยู่ในหัวสมองเหลือเกิน
ยูชอนกับแจจุง..เค้ากอดกัน..........
ทำเหมือนกับว่าโลกนี้มีเพียงแค่ 2 คน จนไม่สังเกตรอบข้างเลย ว่ามีใครที่เฝ้ามองอยู่ ด้วยสายตาแบบไหน ด้วยความรู้สึกยังไงบ้าง
ผมตั้งสติได้ ค่อยๆปิดประตูกลับอย่างเดิม ในขณะที่น้ำตาก็เริ่มร่วงริน พอปล่อยมือจากลูกบิดได้แล้ว ก็รีบวิ่งออกไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด
.......ยิ่งไกลยิ่งดี.......
ไม่อยากรับรู้.... ไม่อยากเห็น
ทำไม.....
จะต้องทนต่อไปอีกนานแค่ไหนกัน.....จะต้องเจ็บอีกเท่าไหร่ถึงจะพอ
ผมทรุดตัวลงอย่างหมดแรง รู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกิน ในใจมันเจ็บปวดจนแทบแตกสลาย
เจ็บ......แต่ต้องทน
ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่สามารถไปจากเค้าได้.....ไม่สามารถตัดใจจากเค้าได้เลย
เพราะผม...... รักยูชอนมากเหลือเกิน ........
********************************
ทำไมเพิ่งมาเอาป่านนี้ ยูชอนถามเสียงห้วน ขณะที่ผมเดินกลับเข้ามายังร้านอีกครั้ง เค้าคงไม่รู้ ว่าผมมานานแล้ว เพียงแต่..
เอ่อ คือ ชั้นตื่นสายน่ะ ผมโกหกออกไป แน่นอนว่าคำตอบของผมย่อมไม่เป็นที่พอใจสำหรับเค้าอยู่แล้ว
นายนี่มันสบายซะจริงนะ คิดถึงแต่ตัวเองจนไม่เคยมาสนใจว่าเพื่อนจะเป็นยังไงบ้าง
เอ๋? ผมไม่เข้าใจกับสิ่งที่เค้าพูด แต่ยังไม่ทันที่จะถามอะไร ก็เกิดเสียงอะไรบางอย่างหล่นกระทบพื้นขัดขึ้นซะก่อน
เพล้ง!! ผมและยูชอนหันไปทางต้นเสียงทันที .แจจุงนั่นเอง
ผมกำลังจะก้าวเดินตรงไปหา แต่ก็ไม่ทันอีกคนที่รีบวิ่งไปก่อนแล้ว
เป็นไงบ้าง โดนบาดตรงไหนรึเปล่า ยูชอนถามด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเป็นห่วงอย่างเต็มที่
ไม่เป็นไร ไม่โดนหรอก.ไม่ ..เป็น ไร แจจุงตอบ เสียงขาดหายไปในตอนท้าย พร้อมกับหยดน้ำใสๆที่ไหลลงมาจากดวงตากลมสวย แต่มือเรียวก็รีบปาดมันออก
นายไปพักก่อนดีกว่านะ ไปเถอะ ยูชอนค่อยๆพยุงร่างบางให้ลุกขึ้นแล้วประคองเดินมายังผม พลางเอ่ยเบา
นายเก็บกวาดด้วยแล้วกัน หัดทำตัวให้มีประโยชน์ซะมั่ง
ผมได้แต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่แสดงสีหน้า ไม่พูด ไม่มีปฏิกิริยาใดๆทั้งสิ้น กลัวว่าความอดทนที่ฝืนอยู่นั้นมันจะสูญเปล่า กลัวว่าน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ มันจะห้ามไม่อยู่
เฮ้อ ท่าทางอาการหนักนะนั่น เสียงหนึ่งดังขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่เดินออกจากร้านไปแล้ว
เห็นว่าทะเลาะกับแฟนมานิ รุนแรงซะด้วย อีกเสียงหนึ่งดังขึ้นสมทบ
สงสัยวันนี้นายคงต้องรับบทหนักหน่อยซะแล้วล่ะ ชายคนเดิมหันมาพูดกับผม
ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่นี้เอง ผมยิ้มตอบ พลางก้มหน้าก้มตาเก็บกวาดเศษจานกระเบื้องที่กระจัดกระจายอยู่ตามคำสั่งของยูชอน
.....ใช่ แค่นี้เอง ทำได้อยู่แล้ว
เรื่องหนักหนาสาหัสกว่านี้ ยังทนได้มาแล้วเลย
ขอแค่ยูชอนไม่ทิ้งผมไป ไม่ว่าอะไรผมก็ยอมทนและทำให้ได้ทุกอย่างเสมอ.
********************************
เมื่อถึงเวลาเลิกงาน ผมและยูชอนก็เดินกลับบ้านด้วยกันตามปกติ วันนี้แจจุงขอลาหยุดครึ่งวัน เพราะขืนให้อยู่ต่อ หัวหน้าก็เกรงว่าจะไม่เป็นอันทำงานแน่ๆ ยูชอนจึงเป็นผู้อาสาไปส่งตั้งแต่เมื่อตอนบ่ายแล้ว โดยที่ไม่ยอมให้ผมตามไปด้วย เค้าอ้างว่าจะทำให้เสียเวลางานโดยไม่จำเป็น
วันนี้ผมเลยต้องทำงานหนักเพิ่มเป็น 2 เท่า แทนในส่วนของแจจุงด้วย.......เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจ ตอนนี้รู้สึกเพลียไปหมด จนอยากจะให้ถึงห้องเร็วๆ จะได้นอนพักเสียที
ผมเหลือบมองยูชอนที่เดินเงียบมาตลอดทาง ถึงแม้สีหน้าจะดูเรียบเฉย แต่ผมรู้ว่าในใจเค้าคิดถึงใครอยู่ ....... แน่นอนว่าไม่ใช่คนที่กำลังเดินอยู่ข้างๆเค้าตอนนี้หรอก แต่เป็นใครคนนั้นที่เค้ากำลังเป็นห่วงอย่างที่สุดต่างหาก
ไม่รู้ว่าแจจุงจะเป็นยังไงบ้างนะ ผมเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน และเอ่ยถามราวกับรู้ใจเค้าเป็นอย่างดี
อืม..ตอนที่พาไปส่ง ก็เอาแต่ร้องไห้ เวลาที่ยูชอนพูดถึงแจจุง เสียงของเค้าอ่อนลงไปทันที ความรู้สึกแสดงออกมาทางแววตาจนหมด
งั้นเหรอ ผมผลุบสายตาต่ำลง มองไปก็รังแต่จะเจ็บปวดเปล่าๆ
พรุ่งนี้เช้าว่าจะแวะไปดูซักหน่อย ไม่รู้ว่าจะมาทำงานรึเปล่า ไม่งั้นก็จะได้ไปรับมาพร้อมกันเลย
อืม ผมแค่รับคำเพียงสั้นๆ แล้วเงียบไป ไม่อยากพูดอะไรต่อแล้ว
แล้วเป็นไง วันนี้เหนื่อยมากมะ อยู่ๆยูชอนก็เปลี่ยนเรื่อง น้ำเสียงช่างแตกต่างจากเมื่อครู่เสียจริง
ก็นิดหน่อย ไม่เป็นไรหรอก ผมยิ้มตอบ ....ก็ยังดี ที่เค้าอุตส่าห์ถาม
ทำตัวดีอย่างนี้ จะให้รางวัลแล้วกัน ยูชอนคลี่ยิ้มออกมาพลางดึงผมเข้าไปใกล้ มือแกร่งจับยึดที่คางมน พร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากจรดแนบชิดกัน เพียงไม่นานก็ผละออก
รสสัมผัสที่เนียนนุ่ม แต่ปราศจากความรู้สึกใดๆส่งผ่านมาด้วยทั้งสิ้น ช่างเป็นจูบที่ว่างเปล่าเสียเหลือเกิน
.....จูบ ที่เฝ้าใฝ่ฝันจากคนรัก กลับเป็นแค่เพียง รางวัลจากการทำตัวดี
เดี๋ยวแวะซื้อน้ำแป๊บ ยูชอนเอ่ยขึ้น พลางเดินไปที่ตู้ขายน้ำอัตโนมัติข้างทาง ส่วนผมนั้นหยุดรออยู่ตรงที่เดิม มองตามแผ่นหลังกว้างที่กำลังยืนเลือกเครื่องดื่มอยู่
มือที่ปล่อยวางแนบลำตัวข้างหนึ่ง ยกขึ้นไล้นิ้วเรียวไปมาเบาๆบนกลีบปากบาง ที่เจ้าของริมฝีปากอิ่มได้ทิ้งร่องรอยสัมผัสไว้เมื่อครู่ ถึงตอนนี้ก็มันยังคงชัดเจนอยู่ ไม่มีทีท่าว่าจะจางหายไป
มันคงจะรู้สึกดีกว่านี้มาก ถ้าหากยูชอนได้ถ่ายทอดความรักมาให้ด้วย .แม้แค่เพียงเศษเสี้ยวก็ยังดี
เฮ้อ ผมถอนหายใจออกมา พลางเลื่อนมือไปเสยผมที่ลงมาปรกหน้าจากสายลมเย็นยามค่ำคืน รอบข้างสว่างไสวไปด้วยแสงไฟนวลที่สาดส่องแข่งกับกลุ่มดาวบนผืนกำมะหยี่สีดำอันกว้างใหญ่
ในระหว่างที่ผมกำลังกวาดสายตาไปเรื่อยเพื่อฆ่าเวลานั้น ก็พลันไปสะดุดเข้ากับร่างๆหนึ่งที่แสนจะคุ้นตาซึ่งเดินอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่ผมยืนอยู่ซักเท่าไรนัก และเมื่อเพ่งมองดูดีๆแล้วก็ปรากฏว่าเป็นแจจุงนั่นเอง
ป่านนี้แล้ว ทำไมถึงมาเดินอยู่แถวนี้กันนะ? ผมคิดในใจพลางก้าวขาเดินไปหา
แต่อยู่ๆ ร่างบางนั้นก็เดินข้ามถนนมาด้วยอาการเหม่อลอยจนไม่ทันระวังรถยนต์ที่แล่นมาด้วยความเร็ว แต่กลับเป็นผมที่สังเกตเห็นมันแทน
แจจุง ระวัง!!!!! ผมตะโกนอย่างสุดเสียง รีบวิ่งไปผลักร่างบางจนกระเด็น
เอี๊ยดดดด!!!!!!! เสียงรถเบรคดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณนั้น ยูชอนรีบวิ่งมาทันทีที่ได้ยิน และภาพตรงหน้า ก็ทำให้เค้าต้องตกตะลึง
ม่ายยยยยยยย!!!!!!!!
********************************
เป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้ว ที่ร่างสูงนั่งกระวนกระวายอยู่หน้าห้องผ่าตัด ยืนก็แล้ว นั่งก็แล้ว เดินวนไปมาก็ตั้งหลายรอบ แต่ไม่มีทีท่าว่าประตูบานใหญ่นั้น จะเปิดออกเสียที
ยิ่งรอนานก็ยิ่งว้าวุ่น ภายในใจร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก
เค้าก้มลงมองมือตัวเองที่ยังหลงเหลือคราบเลือดเปรอะปรายทั้ง 2ข้าง .ลำแขนแกร่งที่ช้อนร่างเพรียวขึ้นรถพยาบาลเมื่อก่อนหน้า ตอนนี้มันช่างสั่นเหลือเกิน........
สักพัก ประตูบานนั้นก็ถูกเปิดออก พร้อมกับเจ้าหน้าที่ภายใต้เสื้อกราวน์สีขาวสะอาดตา ยูชอนไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปถามอาการอย่างลุกลี้ลุกลน
หมอครับ เค้าเป็นยังไงบ้าง
ดวงตาคมที่สั่นไหว จดจ้องรอฟังคำตอบจากอีกฝ่ายที่ได้แต่ยืนสบตานิ่งกลับมา สีหน้าของยูชอน ให้ผู้เป็นหมอต้องถอนหายใจออกมาแผ่วเบา
คนไข้เสียเลือดมากและอวัยวะภายในบอบช้ำอย่างรุนแรง ทางเราได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็คงยื้อเวลาเอาไว้ได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง
สิ้นสุดประโยค ยูชอนถึงกับนิ่งอึ้ง เค้าช็อคไปทันทีเมื่อได้รับรู้อาการของบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็น....คนรัก
คนไข้ได้ถูกพาไปไว้ที่ห้องไอซียูเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เค้ายังไม่ได้สติ และคาดว่าคงไม่ฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว ผมเสียใจด้วยนะครับ
ยิ่งได้รับฟัง ก็ยิ่งทำใจไม่ทัน สิ่งที่เกิดขึ้นมันรวดเร็วและกระทันหันจนเกินกว่าจะตั้งสติรับไหว ได้แต่ปล่อยให้เรียวขายาว นำพาร่างตัวเองไปที่ห้องไอซียูด้วยความรู้สึกที่เบาหวิวราวกับยืนอยู่บนยอดเหวสูงชัน
********************************
ยูชอนเดินเข้ามาหาร่างบางที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงสีขาว รอบข้างมีสายระโยงรางยางเกะกะเต็มไปหมด ทั้งสายน้ำเกลือ สายเลือด ออกซิเจน และอีกหลายสายที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มันคงทำให้จุนซูรู้สึกรำคาญน่าดู ถ้าหากร่างบางกำลังรู้สึกตัวอยู่.........ใช่ ถ้าจุนซูรู้สึกตัว ไม่ใช่แน่นิ่งอยู่อย่างนี้
สายตาคมกวาดมองไปทั่วร่าง สภาพที่เห็น ทำให้เค้าต้องกัดริมฝีปากแน่นจนเลือดซึม........
ใบหน้าหวานน่ารักที่เคยยิ้มให้เค้าตอนนี้มีแต่ร่องรอยบอบช้ำจากบาดแผล
ดวงตากลมสดใสที่เคยจ้องมองเค้า บัดนี้กลับเลื่อนปิดสนิท
ริมฝีปากบางสีซีดที่เคยแดงระเรื่อนุ่มนวลทุกครั้งยามได้สัมผัส ในตอนนี้ถูกครอบด้วยเครื่องช่วยหายใจ
เรือนผมนุ่มสีน้ำตาลทองอ่อนนุ่มที่เคยพลิ้วสวยยามต้องสายลม ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าพันแผลหลายทบ
ภายใต้เรือนร่างที่ไร้สติ หากแต่รับรู้ถึงการยังคงมีลมหายใจด้วยเสียงสัญญาณที่ดังขึ้นช้าๆ เป็นระยะเท่านั้น
เค้าค่อยๆทรุดตัวนั่งลงข้างๆ เอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าน่ารักนั้นอย่างเบามือ
ไม่จริง ไม่จริงใช่มั้ย?
ตื่นขึ้นมาสิ ตื่นขึ้นมามองชั้น ......จุนซู! นายตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!
ตื่นสิ.ได้โปรด ยูชอนร้องขออย่างสิ้นหวัง รู้ทั้งรู้ ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่.
.
.
....ยูชอน..
เสียงเรียกขานเพียงแผ่วเบาราวกับสายลม .....ดวงตากลมค่อยๆปรือขึ้นมาอย่างช้าๆ ทั้งที่ไม่มีทางเป็นไปได้แท้ๆ ......ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ
ฟื้นแล้ว นายฟื้นแล้ว หมอ! หมอ!! ยูชอนดีใจจนแทบตั้งตัวไม่ทัน ตะโกนเรียกหมอเสียงหลง แต่ร่างที่นอนอยู่ กลับห้ามเอาไว้
ไม่ต้อง เรียก หรอกยูชอน..ชั้น อยากอยู่.. กับ.. นาย ..ตามลำพัง ปากบางขยับเพียงเล็กน้อย แทบไร้เรี่ยวแรงจะพูด
..ช่วยเอา ไอ้ ..นี่ ..ออกไปที...นะ
ร่างเพรียวขอให้เอาเครื่องช่วยหายใจออก เพราะมันทำให้คุยได้ไม่ถนัด ยูชอนเองก็ทำตามที่ขอโดยไม่ทักท้วงอะไร
แจจุง เป็น ..ยังไง .บ้าง
ปลอดภัยดี แต่คงยังอยู่ในอาการตกใจน่ะ ตอนนี้เลยสลบอยู่
งั้นเหรอ ..ดีจัง
ดีบ้าบออะไร ดูสภาพของนายตอนนี้สิ นายทำบ้าอะไรของนายกัน ไม่มีหัวคิดรึไง เฮอะ ยูชอนว่าใส่เป็นชุด หากแต่น้ำเสียงนั้นไม่กระด้างเหมือนอย่างเคย
ก็ยังดีกว่า ให้แจจุง เป็นอย่างนี้ ..ไม่ใช่ รึไง สิ่งที่ร่างบางพูด ทำเอายูชอนนิ่งไปทันที
ชั้น ทำตัวมีประโยชน์แล้ว ใช่มั้ย?
ร่างสูงนิ่งงัน พลันค่อยๆก้มหน้าลง ดวงตาคมที่ผลุบต่ำบัดนี้มันเศร้าหมองและฉายแววสำนึกผิดอย่างเต็มที่ สิ่งที่ได้ยิน มันทำให้รู้ตัว ......ว่าเค้ามันเลวสิ้นดี
ชั้นชั้นขอโทษ ....จุนซู ตลอดเวลาที่เราคบกันชั้น.
อย่าไม่ต้องพูดนะ ยูชอน ความจริงพวกนั้น ชั้นไม่อยากฟัง.... ร่างบางรู้ดี ว่ายูชอนกำลังจะพูดอะไรออกมา แต่เค้าก้อทำใจที่จะได้ยินมันไม่ได้จริงๆ ดวงตากลมมองร่างสูงอย่างอ้อนวอน หยาดน้ำใสๆเริ่มรื้นคลอไหว
สิ่งที่ชั้น..อยากได้ยินตอนนี้ ..ก็คือ ช่วยบอกว่า. รักชั้นที ได้มั้ย
ยูชอนถึงกับนิ่งไปเมื่อได้ยินสิ่งที่จุนซูร้องขอ ........เค้าพูดไม่ได้ ก็ในเมื่อความจริง มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย
ขอร้องล่ะ ..ยูชอน ช่วยพูด ให้ชั้นฟัง..ทีเถอะนะ
ขอแค่.ตอนนี้ จะโกหกก็ได้ ..โกหกชั้น..ก็ได้ ขอแค่พูดออกมา
.............
ได้โปรด ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น บอก.ว่ารักชั้นที ชั้นอยาก.ได้ยิน ร่างเพรียวพร่ำอ้อนวอน หยาดน้ำตาค่อยๆรินไหลลงมาจากดวงตาคู่สวยที่กำลังวิงวอนบุคคลตรงหน้าที่เอาแต่นิ่งเงียบมาตั้งแต่เมื่อกี๊
ยูชอน...ได้โปรด.....
ชั้นรักนาย...
ยูชอนตัดสินใจพูดไป จากความต้องการของ.คนรัก ประโยคที่ไม่เคยได้พูดให้ฟังเลยสักครั้ง และนี่ จะเป็นครั้งแรก ถึงแม้ว่ามัน จะเป็นการโกหกก็ตาม
ดีใจจัง ขอบคุณมากนะ รอยยิ้มบางๆค่อยๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าน่ารัก... สีหน้า แววตา บ่งบอกว่ามีความสุขเหลือเกินที่ได้ยินคำๆนั้น เพราะมันคือครั้งแรก ที่ได้ยินจากปาก..คนรัก ใช่ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการโกหกก็ตามที
ยูชอน.ชั้น รักยูชอน..มากนะ รักมากและก็จะรัก เพียงคนเดียว รักยูชอนคนเดียว....ตลอดไป
น้ำตาหยดสุดท้ายค่อยๆรินไหลลงมาจากดวงตาคู่สวยที่บัดนี้เลื่อนปิดสนิท พร้อมๆกับเสียงจากเครื่องมือข้างเตียงที่ดังยาวเป็นสัญญาณให้ได้รับรู้ว่า
---------------------ตี๊ด---------------------
..มันจบแล้ว.................
ความรักที่แสนเจ็บปวด..... จากนี้ ไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไปแล้ว
ชั้นขอโทษ จุนซูขอโทษ
ยูชอนได้แต่พร่ำพูดซ้ำไปซ้ำมากับร่างที่ไร้ลมหายใจ พลางกุมมือเรียวขึ้นมาทาบไปบนแก้มของตน หยาดน้ำตาแห่งความเสียใจและสำนึกผิดค่อยๆรินหลั่ง ถึงแม้ว่ามันจะสายเกินกว่าที่ร่างนั้นจะรับรู้อีกต่อไปแล้วก็ตาม
ชั้นรู้ดี....... ว่าเธอไม่เคยรักชั้น
แต่ชั้นก็ดันทุรังที่จะรักเธอ
ดึงดันที่จะมอบความรักให้เธอ
ถึงแม้เธอ ไม่เคยต้องการมันเลย
ชั้นยอมโง่งม ยอมเจ็บปวด
หากเพียงแค่เธอพอใจ
ไม่ว่าสิ่งไหน ชั้นก็ยินดีเสมอ
แม้ว่าสิ่งตอบแทน จะได้กลับมาเพียงหยาดน้ำตา
ความรักจากคนโง่ๆ จากคนไร้ค่า
ชั้นรู้ดี ...ว่าเธอไม่เคยต้องการ
ชั้นจะไม่ขอให้เธอเข้าใจ
ไม่ขอให้เธอรักก็ได้
แต่ชั้น ....จะยังรักเธอต่อไปได้ใช่ไหม
จะขอรักเพียงแต่เธอคนเดียวเท่านั้นตลอดไป.ได้ใช่ไหม
ไม่ว่านานเพียงใด ใจชั้นก็มีแต่เธอเสมอนะ.. ปาร์ค ยูชอน
---------FOREVER---------
The Last Lie By Zanen
To Be Con. in 'Realized' [The Mirror of The Last Lie] By Riku
*******************
Title :: "Realized [The Mirror of the Last Lie]"
Paring :: YooSu
Featuring :: TVXQ
Typing :: AU
Rating :: PG-13
Written by :: Riku (Kim In-Yeon)
Special Thanks :: Zayoh หรือ Kim Soa (ที่เขียนฟิกบรรเจิดให้เพื่อนอยากนำมาคอฟเวอร์เหลือเกินว่ะ)
Noted :: ฟิกเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากตอนอ่านฟิก The Last Lie ของเพื่อนเราจบ แบบว่าอ่านจบแล้วมันสะอึก มันจึกๆ แล้วหลังจากนั้นก็เกิดอาการคันอ่ะ กร๊ากก อยากเขียนฟิกสั้นต่อจากมันขึ้นมาทันที
ไม่ได้ชมกันเองนะคะแต่แบบเราชอบฟิกที่เพื่อนเราเขียนจริงๆ (ซึ่งมันเป็นฉบับรีไรท์เพื่อTVXQ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ใช่) ตอนแรกมันเขียนให้เราอ่านคนเดียว แต่เราขอแกมบังคับให้มันเอามาลงจนได้ เพราะเราอยากให้เพื่อนๆทั่นอื่นๆได้อ่านด้วย คือมันเขียนได้โดนจนเราอดไม่ได้ที่จะเอามาเขียนคอฟเวอร์ต่อ เอิกส์ๆ เลยกลายเป็นเวอร์ชั่นกระจกเงานี่ขึ้นมา หวังว่าคงจะชอบกันนะคะ^^
* Realized [The Mirror of the Last Lie] *
ท่วงทำนองเพลงถูกบรรเลงจบลงอย่างโศกเศร้า พร้อมกับหยาดน้ำใสที่ร่วงหล่นจากดวงตาคมอย่างไม่อาจอดกลั้นเอาไว้ได้
คืนที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่คนอย่าง ปาร์ค ยูชอน บุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นคนเลวที่สุดในสายตาตนเอง เฝ้าคิดถึงแต่ใบหน้าน่ารักและรอยยิ้มสดใสของบุคคลที่ได้จากเขาไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
คิมจุนซู..
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่เคยรู้จักคำว่ารักอย่างแท้จริงเลยแม้แต่น้อย ไม่เคยมองเห็นคุณค่าของคำๆนั้น
ไม่เคยพูดคำหวาน ไม่เคยทำตัวดี ไม่เคยเอ่ยคำว่ารัก ไม่เคยแม้แต่จะคิด
ทั้งที่อีกฝ่ายรักเขาอย่างมากมายและรักเพียงคนเดียวเท่านั้น..จวบจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต
สิ่งที่ออกมาจากริมฝีปากอันซีดเซียวนั้นก็ยังคงเป็นคำว่า รัก และจะรักตลอดไป..
แม้ตนเองจะสิ้นแล้วซึ่งลมหายใจก็ตาม..
ปาร์ค ยูชอน นายมันโง่ชิบหาย
นอกเหนือจากคำว่าเลวก็มีแต่คำๆนี้ที่เขาพอจะนึกออกสำหรับตนเองได้
ขนตาเส้นเล็กๆ แม้จะมีคุณค่าต่อดวงตาเปราะบางสักแค่ไหน
แต่ถ้าหากมันไม่หลุดร่วงออกมา ก็คงไม่มีทางที่ดวงตาจะมองเห็นคุณค่าของมันได้
เช่นเดียวกับเขาในตอนนี้ไม่มีผิด..
ทั้งที่คนสำคัญอยู่ใกล้เพียงแค่นี้เขากลับไม่เคยมองเห็น ไม่เคยแม้กระทั่งใส่ใจที่จะมองเห็น
ดีแต่ทำตัวแย่ ดีแต่เห็นแก่ตัว ดีแต่ต่อว่าด่าทอ ไม่เคยแคร์ความรู้สึกของคนที่รักเขาเลย
จวบจนกระทั่งจุนซูจากเขาไปตลอดกาล
นั่นแหละเขาถึงได้รู้..
ว่าการที่ต้องอยู่อย่างไม่มีจุนซูนั้นช่างเป็นการอยู่อย่างทุกข์ทรมานนัก..
ไหนบอกว่าไม่ได้รักไง
ปาร์คยูชอนรักคิมแจจุง แล้วตอนนี้ความรู้สึกนั้นหายไปไหน
ปาร์คยูชอน ไม่ได้รัก คิมจุนซู
คิดอย่างนั้นมาตลอดไม่ใช่หรืออย่างไร
ก่อนที่เจ้าของรอยยิ้มสดใสนั้นจะหมดลมหายใจ
คำว่ารักที่เอ่ยออกไป ก็เป็นเพียงแค่การโกหกไม่ใช่หรือ..
แล้วไอ้ความรู้สึกที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมานี่มันคืออะไร
ความรู้สึกที่ต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็นนี่มันคืออะไร
ความรู้สึกเจ็บปวดทรมานใจทุกครั้งที่นึกถึงคำว่ารักคำสุดท้ายจากคนๆนั้นมันคืออะไร
ความรู้สึกที่แทบอยู่ไม่ได้เมื่อไม่มีเขาคนนั้นมันคืออะไร!!
จุนซู..
เพราะว่าฉันรักนายใช่ไหม..
แท้ที่จริงแล้วคนที่ฉันรักก็คือนาย
ฉันรักจุนซู ฉันรักนาย รักจนแทบคลั่งตาย
เพราะว่าฉันรักนายมากอย่างนั้นใช่ไหม!!!!
ปาร์คยูชอน ไอ้คนสารเลว โง่ โง่สิ้นดี
เกลียดที่สุด เกลียด...
เกลียดตัวเองเหลือเกิน
จุนซู.. ฉันขอโทษ
หัวใจที่เจ็บปวดอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ มันสาสมไหมนะ กับสิ่งที่เขาได้ทำเอาไว้
กับหยาดน้ำตาที่เขายัดเยียดให้ โดยที่อีกฝ่ายไม่เคยต้องการแม้แต่น้อย แต่ก็ยังยิ้มรับอย่างเต็มใจ
แค่นี้มันสาสมไหม ไอ้ปาร์คยูชอน!!
แผ่นเสียงเพลง My memory ถูกหักออกเป็นสองท่อน
เสียงฟ้าฝนภายนอกยังคงกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย
พร้อมกับร่างผอมสูงที่เดินฝ่ามันออกไปราวกับคนไร้สติ
สายฝนที่หล่นลงมาจากฟ้าสีดำช่างมากมายไม่แพ้กับหยาดน้ำตาของเขาเลย
หยาดน้ำตาแห่งความทุกข์ใจซึ่งตอนนี้แทบจะไหลออกมาเป็นสายเลือด..
เนื่องจากไม่มีน้ำตาพอจะให้ไหลอีกแล้ว
แต่ถึงกระนั้นความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสในจิตใจก็ไม่ได้ลดลงเลย..
น่าสมเพชสิ้นดี
จุนซู.. นายจะยกโทษให้ฉันไหม..
กับความจริงที่ฉันเพิ่งจะพึงสังวรได้
ว่าฉัน.... รักนาย
ฉันรักนายเหลือเกิน..
จุนซูนายจะให้อภัยคนเลวอย่างฉันไหม..
ดวงตาอันพร่ามัวมองไม่เห็นอะไรอีกแล้วนอกจากแสงไฟ..
แสงไฟจากรถยนต์ที่พุ่งมาทางเขาด้วยความเร็วถึงขั้นอันตราย
แน่ล่ะ คงไม่มีใครมาบ้ายืนอยู่กลางถนนแบบนี้หรอก
ถ้าไม่ใช่คนที่อยากจะจบชีวิตตนเอง...แบบเขา...
จุนซู..ฉันขอโทษ..
โครมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
..
..
..
..
.
สายลมโชยอ่อนที่พัดใบเมเปิ้ลสีทองให้ร่วงหล่นจากต้นขั้วลงสู่พื้นเบื้องล่าง คงไม่ได้ทำให้คนที่นอนหลับอยู่ใส่ใจกับมันนักหากไม่ได้ร่วงหล่นกระทบเปลือกตาที่ปิดสนิทของตนเอง
เปลือกตาอันหนักอึ้งค่อยๆขยับขึ้นอย่างแช่มช้า พร้อมกับดวงหน้าหวานคุ้นตาที่ค่อยๆปรากฏชัดเจนอยู่เบื้องหน้า ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ในสวนอันสวยงามดุจเทพนิยาย
ฟื้นแล้วเหรอ.. เสียงหวานอันคุ้นเคยเอ่ยอย่างอ่อนโยน ยูชอน..
จุน..
นี่ฉัน...ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม..
หยาดน้ำตาอันเอ่อท้นร่วงหล่นจากขอบตาเรียวอีกครั้ง จุนซู...
ยูชอนพบว่าตนเองกำลังนอนหนุนอยู่บนตักนิ่มของบุคคลที่เขาไม่คิดว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสได้พบอีกแล้ว
และเจ้าของรอยยิ้มที่สดใสนั้นก็ยังคงยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนไม่เปลี่ยนแปลง
จุนซู..
นายคือคิมจุนซูจริงๆใช่ไหม..
ร่างสูงโผขึ้นไปกอดอีกฝ่ายทันทีด้วยความรู้สึกสำนึกผิดและโหยหาอย่างสุดจะพรรณาได้
จุนซู..ฉันขอโทษ!!
ในที่สุดก็ได้พบ..
ในที่สุดนายก็ยังอยู่ตรงนี้..
ฉันรู้ว่านายคงไม่ให้อภัยฉัน..แต่ว่าฉัน...
ยูชอน.. เสียงทุ้มขาดห้วงเมื่อนิ้วเรียวสวยจรดที่ริมฝีปากอย่างนิ่มนวล ไม่ต้องขอโทษหรอกนะ..
สองมือใหญ่โอบกอดร่างบอบบางอย่างแนบแน่นราวกับจะไม่ยอมปล่อยให้คนตรงหน้าหายไปไหนได้อีก
จุน...ซู ยูชอนเอ่ยอย่างสั่นเครือ
ฉันรักนาย.. ฉันจะอยู่กับนาย...ฉันจะไม่ไปไหนอีกแล้ว..
ตลอดเวลาที่ผ่านมาคนอย่างฉันมันโง่งม คนอย่างฉันมันเลวทราม
แต่คำว่ารักที่ฉันมีในตอนนี้..ไม่ใช่คำโกหกอีกต่อไปแล้ว..
ฉันดีใจมากนะยูชอน.. วงแขนเรียวคลายออก ดวงหน้าหวานคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน
หากแต่แฝงไว้ด้วยความโศกเศร้า แต่เราอยู่ด้วยกันไม่ได้
..เราอยู่ด้วยกันไม่ได้..
ยูชอนหลุบใบหน้าลงต่ำ คนอย่างฉันไม่มีค่าพอที่นายจะให้อภัยสินะ..
เขาเข้าใจดี จุนซูไม่มีทางยกโทษให้เขาอยู่แล้ว..เพราะว่าเขามันเลวเกินไป..
แต่แบบนี้มันก็สมควรแล้วไม่ใช่หรือไง ปาร์คยูชอน แค่นี้ยังไม่สาสมกับที่นายทำเขาไว้เลยนี่..
ยูชอน.. จุนซูส่ายหน้า ฉันจะให้อภัยได้ยังไง..ในเมื่อ.. มือบางโอบกอดแผ่นหลังกว้างอย่างเชื่องช้า
ในเมื่อฉันไม่เคยโกรธนายเลย.. เสียงเล็กที่แม้จะเบาแต่ก็หนักแน่นยามเอ่ยออกมา
ฉันอยากให้ยูชอนมีความสุข
เพียงแต่มันยังไม่ถึงเวลาที่เราจะอยู่ด้วยกันเท่านั้น..
แต่ไม่ว่าอย่างไร..ฉันก็จะรออยู่ตรงนี้..
ฉันยังรักยูชอนเหมือนเดิม..และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป..
จะเป็นเช่นนั้นตลอดไป..
..
..
..
..
.
ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก
คุณหมอครับ!! เขาฟื้นแล้ว!! คุณหมอ!!!!!
เสียงดังอึกทึกนี่มันอะไรกัน..
เปลือกตาอันหนักอึ้งขยับขึ้นอย่างเชื่องช้าอีกครั้ง แต่คราวนี้ภาพรอบด้านกลับเปลี่ยนไป ไม่มีทุ่งดอกไม้
ไม่มีรอยยิ้มสดใส สิ่งที่ปาร์คยูชอนเห็น มีเพียงแสงไฟ สายเลือด สายน้ำเกลือระโยงรางยาง เครื่องช่วยหายใจ อุปกรณ์ช่วยชีวิตมากมายที่พันธนาการร่างเขาเอาไว้ราวกับโซ่ตรวน
ไม่ต่างอะไรจากภาพที่เขาเห็นจากร่างอันบอบช้ำของจุนซูเมื่อหกเดือนก่อนเลย
เจ็บปวดไปหมดทั่วทั้งสรรพางกาย สายบ้าบออะไรมากมายช่างน่ารำคาญ
สิ่งที่จุนซูรู้สึก คงจะเป็นแบบนี้เองสินะ..
ผมขอโทษครับที่ชนคุณ..
เสียงเล็กที่เอ่ยอย่างสั่นเครือทำให้ยูชอนต้องหันไปมอง แล้วดวงตาเรียวก็ต้องเบิกกว้างอีกครั้ง
เมื่อบุคคลที่อยู่ตรงหน้าเป็นผู้มีใบหน้าไม่ต่างอะไรเลยกับคนที่เขารัก ทั้งโครงหน้า ทั้งน้ำเสียง
ช่างเหมือนกันทุกอย่างราวกับพิมพ์เดียว..
จุน..ซู..? ยูชอนเอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อ
คุณรู้ชื่อผม? เจ้าของใบหน้าน่ารักแสดงอาการงุนงงเล็กน้อย
ผมเชียจุนซูครับ ร่างเล็กโค้งตัวลง น้ำเสียงนุ่มเอ่ยอย่างสำนึกผิด ผมต้องขอโทษอย่างมากที่ทำให้คุณบาดเจ็บ แต่ขอบคุณพระเจ้า...โล่งอกไปทีที่คุณฟื้นแล้ว
แม้จะเหมือนกันเพียงใดก็ตาม..แต่ก็ไม่ใช่สินะ..
ไม่ใช่จุนซูของเขา..
ทั้งที่คิดว่าได้พบแล้ว..
ทั้งที่คิดว่าความตายจะสามารถทำให้เราอยู่ด้วยกันได้แล้ว..
แต่สุดท้ายเขาก็ยังหายใจอยู่..
แล้วก็ยังมีคนที่หน้าเหมือนจุนซูมาช่วยชีวิตเขาเอาไว้อีก..
พระผู้เป็นเจ้า..
นี่คือบทลงโทษอย่างสาสมที่คนเลวอย่างผมควรจะได้รับใช่ไหม
คำว่า เราอยู่ด้วยกันไม่ได้
ในความหมายของจุนซูคือผมยังไม่ถึงที่ตาย..
แต่ความหมายของท่านคือผมต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมานต่อไปอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายอย่างนั้นใช่ไหม..
แม้จะอยากตายสักเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำได้..
แม้จะอยากอยู่กับคนที่รักสักเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำได้..
ทั้งที่การอยู่ต่อไปก็ช่างไร้ความหมาย..
ไม่มีความหมายอะไรเลย..
สิ่งที่รับรู้อย่างเดียวคือคำว่ารัก..ที่มากเหลือเกิน..
ทำไม.. หยาดน้ำใสไหลรินจากขอบตาแดงช้ำที่โผล่พ้นผ้าพันแผลออกมาเพียงเสี้ยวเดียว
ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันตาย..
ความรู้สึกที่สะท้อนออกมาจากจิตใจ..
ก็คือความเป็นจริง..
ที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย..
คำโกหกที่สะท้อนออกมาจากกระจกเงา..
จุน..ซู...
ก็คือความเป็นจริง....
ที่สายเกินไป..
ฉันรู้ดี...แม้ไม่เคยเอ่ยคำว่ารัก
แต่ตอนนี้..ทั้งที่สายไปแล้ว..
ฉันก็ยังดึงดันจะมอบความรักให้
ถึงแม้นาย จะไม่มีโอกาสได้รับมันทั้งที่ยังหายใจก็ตาม
ขอเพียงแค่ได้รัก
ฉันยอมเจ็บปวด ยอมชอกช้ำทุกอย่าง
แม้ว่าสิ่งตอบแทน
คือต้องทุกข์ทรมานจากหยาดน้ำตา ฉันก็ยอม..
ความรักจากคนโง่งม สารเลว ไร้หัวใจ
ฉันรู้ดี ...มันมีค่าแค่คำว่าสาย
แต่ฉัน..ก็อยากจะรักนายต่อไป
ฉันจะขอดึงดันรักนายแค่นี้คงได้ใช่ไหม
จากนี้และตลอดไป ตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจหรือไม่ก็ตาม..
คือฉันรักนาย ....คิมจุนซู
The End
* Realized *
Written by Kim In-Yeon [Riku]
Talk ::
Alien No.1 Zayoh Talk >>เอ่อ..อยากถามว่า ใครเป็นอดีตเด็กจูเนียร์ยกมือขึ้น!!! ไม่ใช่อะไรหรอก ฟิคเรื่องนี้น่ะ เป็นฟิคที่เราแต่งเอาไว้นานชาติมั่กมากก ตั้งแต่สมัยอยู่บอร์ดฟิคJr.ของป้าแป้ง hana_panda น่ะฮ่ะ ซึ่งฟิคสั้นเรื่องนี้ เป็นฟิคที่เราแต่งในนามกลุ่มกลุ่มนึง ซึ่งในตอนนั้นเป็นคู่ซากุไร โช กับ ? น่ะจ้ะ (อ่ะ งงๆ ก้อแบบ คอนเซปในตอนนั้น นายเอกจะไม่ระบุชื่อน่ะ กะให้คนอ่านจิ้นกันเองว่าจะให้คู่ใคร)
เหตุเกิดเพราะวันนึงกำลังคุยเรื่องมาโซกันพอดีก้อเลยลองเอาฟิคมาโซนิดๆ(?)ที่เคยแต่งไว้ส่งให้มันอ่าน แต่ถ้าให้อ่านฉบับดั้งเดิมมันจะจิ้นไม่ออก ก้อเลยต้องมานั่งเปลี่ยนตัวละคร แต่พอเปลี่ยน ก้อต้องมาปรับเรื่องให้เข้ากับตัวละครด้วย ซึ่งนังริคุเองที่เป็นคนรีเควส Yoosu แล้วพอมันอ่าน ก้อเกิดเหตุการณ์ฉึกกระแทกใจมันซะงั้น จนอยู่ๆมันก้อโทรมาขอลงฟิคเรื่องนี้ที่บอร์ด เพราะมันได้เขียนภาค mirror ต่อจากฟิคเราไปเรียบร้อย -.- สุดท้ายก้อต้องยอมมัน และเราก้อต้องเป็นผู้โพสเช่นเดิม ....เรื่องก้อเป็นเช่นนี้แล
ไม่รู้ว่าเพื่อนๆจะชอบกันรึเปล่า เพราะฟีตแบคคราวก่อนเราก้อโดนจนน่วมเหมือนกัน ถูกหาว่าใจร้ายจนชินแล้ว 555 แต่ถึงแม้จะเป็นฉบับ re-write แต่เราก้อตั้งใจที่จะปรับปรุงเพื่อ Yoosu โดยเฉพาะนะ เพราะฉะนั้น ก้อขอฝากไว้ในอ้อมใจน้อยๆของท่านผู้อ่านด้วยค่ะ ^3^
Alien No.2 Riku Talk >> เมื่อเอเลี่ยนสองตัวมายูเนี่ยนกัน ความร้าวฉานจึงบังเกิด กร๊ากกกก เราล่ะสุดแสนจะดีใจค่ะที่ได้เขียนฟิกต่อจากพลอตเดิมของเพื่อนเราเพราะจะได้มีโอกาสฝึกฝนความโฉด ซึ่งนังA1ซาโย(เอเลี่ยนนะ ไม่ใช่อาคาเดมี่แฟนเทเชีย=[]=) เป็นพวกเจ้าแม่มาโซโฉดเลวอยู่แล้ว (ชมกรู??? : ซาโย) เพราะงั้นไม่แปลกที่อ่านแล้วจะฉึกอย่างที่เราโดน (แต่เรามันพวกฉึกแล้วคันอ่ะค่ะ กร๊ากกก ขอดอดเกาออกมาเป็นฟิกหน่อยเหอะ)
ส่วนนังริคุA2 ยังเป็นพวกมาโซฝึกหัดเบบี๋อยู่เลยค่ะ (แต่พลอตเลวพอกัน=[]=) กร๊าก ไม่รู้เคยบอกในฟิก Pieces of the white memories ของตัวเองไปหรือยังว่าเราไม่ถนัดอย่างแรงกับฟิกแนวโศกาน้ำตาร่วงรวมทั้งแนวหื่นแตก เขียนฟิกมาโซหรือเลิฟซีนแต่ละทีถึงขั้นปางตายเลยทีเดียว กร๊ากกก แต่ยังไงก็จะพยายามฝึกต่อไปค่ะ ช่วงหลังเขียนแนวโศกบ่อยขึ้นเนื่องจากเพื่อนชาวดาวนาแมค (ไม่ใช่ละ) เพื่อนชาวดาวมาโซเชียร์ให้เขียนแนวนี้ต่อ
ทั้งแฮร์รี่และFMAเลย=[]= กร๊าสสสส ทั้งที่เราจะออกจะชอบเขียนแนวรั่วบ้าบอคอแตกมุกโฉดขำขี้ตะแล๊ด 555 กลั๊วกลัวว่าต่อไปจะเขียนให้รั่วเหมือนเดิมไม่ได้ แบบนั้นเสียดายตาย=w= แต่ยังไงก็ขอฝากฟิกTVXQสั้นเรื่องแรกนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจอีกสักเรื่องก็แล้วกันนะค๊า ส่วนเรื่องยาวเรื่องแรกก็จะพยายามไม่ดองค่า รักคนอ่านและผู้คอมเมนต์ให้กำลังใจทุกทั่นเลยฮ๊า~ ดร๊วบๆๆ

แอบโผล่มาทำให้เฮียหวั่นไหววูบๆ (ฮา)
ทำกะน้องโลมาหยั่งงี้ด้ายงัย




มิกใจร้ายยยยยยย กี๊ซซซซซซ
จุนซูผู้เสียสละ อ่านแล้วน้ำตาซึมค่ะ
ปลื้มมากๆเลย ชอบฟิคนี้มากๆค่า~><
อ๊าก~มิกทำร้ายจิตใจเพื่อนฮยอกกี้
เดี๋ยวโดนฮยอกกี้ขบหัวนะเอ้อ 555
(แล้วSuJuมาเกี่ยวอะไรละเนี่ย
#1 By Hayake on 2007-01-17 20:08