และแล้วก็ถึงคราวที่นังริคุจะได้ลงฟิกTVXQซะทีเอิกส์ๆ หลังจากลังเลอยู่ว่าจะลงดีมั้ย เพราะเราคิดว่าคนส่วนมากน่าจะเข้าบอร์ดฟิกกันหมด กลัวว่าจะเคยอ่านกันแล้ว แต่ว่า อ่านแล้วก็เม้นต์อีกได้นี่จ๊ะ กร๊าสสส อีกอย่างที่ลงที่นี่เพราะเราเข้าบอร์ดฟิกเองไม่ได้ค่ะ เนตที่ใช้มันบล็อกเวบThaimisc นรกแตกมากTwT ไม่พล่ามละ สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านก็ขอเชิญนะคะ^^
* *
ชื่อเรื่อง :: "Pieces of the white memories"
คู่ :: ยุนโฮแจจุงเมนหลัก, ยูชอนจุนซู, คีบอมทงแฮ
สิ่งที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในเรื่อง :: ทงบังชินกิ, ซุบเปอร์จูเนียร์, SM Entertainment
ประเภทของฟิก :: AUผสมRPS (ทฤษฎีของเราเอง กร๊าส)
เนื่อหาฟิก :: ถ้าคุณเป็นคนชอบความเจ็บปวดทางใจก็ขอเชิญค่ะ 555
เรท :: สูงสุดคือ NC-17 (แต่ใครอายุไม่ถึงเราไม่ห้าม กร๊าส เพราะคนเขียนก็ชอบแหกคอก)
เขียนโดย :: Riku
ข้อควรระวัง :: มันYอย่างแรง เพราะฉะนั้นถ้าคนที่หลงเข้ามาแล้วไม่ชอบเนื้อหาความรักระหว่างชายกับชายก็ปิดไปได้เลยค่ะ เราไม่อยากได้ยินใครมาว่าคู่นี้ค่ะ
ฟิกเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเท่านั้น บางอย่างอาจจะอ้างอิงมาจากเรื่องจริง บางอย่างอาจจะหาเหตผลมาอธิบายทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้เนื่องจากมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามจินตนาการของผู้เขียน ดังนั้นควรอ่านเพื่อความบันเทิง อย่าจริงจังกะมันมากมายนะคะ เฮอะๆ
หมายเหตุ :: เราจะลงสามตอนแรกที่เขียนไว้ก่อนนะคะ รวมบทบรรยายด้วยเป็นสี่
และนี่คือลักษณะของยุนโฮกับแจจุงในฟิกนี้นะคะ จะได้จิ้นตามเราถูก 555


ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านกันเล๊ย^^
* *
* Pieces of the white memories * [Prologue] PG-13
ความทรงจำ..
ก็เปรียบเสมือนสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง..
ซึ่งคนเราอาจจะตั้งอกตั้งใจกับการจดบันทึกเอาไว้..
หรือแค่ขีดเขียนเล่นแล้วลืมเลือนมันไป ก็สุดแล้วแต่ความสำคัญของสิ่งที่อยากจะจดจำ
แต่หากวันหนึ่ง หน้ากระดาษที่บรรจงเขียนขึ้นมาจากหัวใจถูกฉีกขาดอย่างไม่อาจหามาทดแทนได้
เนื้อความที่ขาดหายไปประหนึ่งสีขาวแห่งความว่างเปล่านั้น
มันยังจะมีความหมายอยู่หรือเปล่า..?
ท้ายที่สุดแล้ว..สิ่งที่ต้องการ..?
คือลืมเลือนมันไป..? หรือเลือกที่จะจมปลักอยู่กับมัน..?
*
*
*
ทรมาน...
เจ็บไปหมดทั้งตัว..
ทำไมถึงเจ็บปวดแบบนี้..
ใครก็ได้ช่วยฉันที..
"......."
เปลือกตาบางกระตุกเล็กน้อย แพขนตางอนยาวสีดำสนิทขยับขึ้นอย่างเชื่องช้า
ดวงตาสีนิลที่มองเห็นแต่ภาพเบลอเริ่มปรับให้มองเห็นชัดเจนขึ้น
ภาพเพดานสีขาว ผ้าม่านสีขาว เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น และกลิ่นยาที่เหม็นจนชวนเวียนหัวนั้น
ทำให้ร่างที่นอนอยู่บนเตียงรู้ว่า ที่นี่ไม่ใช่บ้าน แต่เป็นโรงพยาบาลที่เขาเกลียดแสนเกลียด
คิมแจจุง หนุ่มรูปงามหนึ่งในสมาชิกบอยแบนด์ชื่อดังนาม TVXQ พยายามนึกถึงสาเหตุที่เขาต้องมานอนหมดแรงอยู่ที่นี่ แต่ยิ่งพยายามก็รังแต่จะทำให้ศีรษะของเขาปวดมากขึ้น
ร่างบางรู้สึกรำคาญผ้าก็อตสีขาวที่พันหลายทบจนเส้นผมสีดำขลับที่เขาแสนรักนั้นยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง
จนแทบอยากจะดึงทึ้งให้ขาดๆไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด
แต่ก็นั่นแหละ อย่าว่าแต่ดึงขาดเลย จะกระดิกตัวสักนิดเขายังทำไม่ได้ เนื่องจากความเจ็บปวดที่จู่โจมเขาราวกับพิษงูนั้นจะแผ่ซ่านไปทั่วร่างทันที
นี่เขาคงไม่ได้หัวกระแทกอย่างเดียวสินะ
ดวงตากลมโตจ้องมองลายไผ่สีขาวบนเพดานอย่างเนิ่นนานราวกับตนเองกำลังถอดรหัสลับดาวินชี่
"เฮ้อ.." ริมฝีปากอิ่มพ่นลมอย่างซังกะตาย ทุกคนหายไปไหนกันหมดนะ
ชางมิน จุนซู ยูชอน...
"อืม.."
เสียงงึมงำเบาๆที่ดังมาจากด้านข้างดึงให้คนที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยตื่นจากภวังค์
แจจุงพบว่าภาพเบื้องหน้าที่เป็นต้นตอของเสียงนั้นคือชายตัวใหญ่ผู้มีเรือนผมสีน้ำตาล ซึ่งสภาพคงยุ่งเหยิงไม่แพ้เขาเท่าไรนัก คนๆนี้นั่งฟุบหลับอยู่ข้างเตียงแถมยังกุมมือเขาไว้ซะเหงื่อชุ่ม
ให้ตายเถอะ โรงพยาบาลปล่อยให้คนนอกเข้ามาในห้องฉันได้ไงเนี่ย..
"นี่นาย.." แจจุงพยายามกระดิกนิ้วที่อยู่ในอุ้งมือใหญ่ "จะกุมอีกนานไหม มือฉันจะเปื่อยแล้ว"
เสียงหวานปนหาเรื่องทำให้ร่างที่ฟุบอยู่ด้านข้างรู้สึกตัวได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
เขากระพริบตาสองสามที พยายามขับไล่ความมึนงงออกไป
แม้ขอบตาจะคล้ำเป็นหมีแพนด้าเหมือนคนอดนอนมาหลายศตวรรษ
แต่แจจุงก็รู้สึกได้ว่าหมอนี่เป็นคนหน้าตาดีมากคนหนึ่งเลยทีเดียว
"อืม..แจ..จุง...แจ...." คนที่ถูกยัดเยียดให้เป็นหมีแพนด้ายังคงพูดเหมือนคนยังไม่ตื่น
แต่หลังจากที่สมองทำการประมวลผลได้ ร่างสูงใหญ่ก็ลุกพรวดขึ้นทันที
"เฮ้ย!!!แจจุ๊งงงงง!!!!!! นายฟื้นแล้วนี่!!!!!!!"
"เออ..ยังไม่ฟื้นมั้ง" คิ้วเรียวสวยขมวดอย่างขุ่นเคือง
สีหน้าของหมอนี่ดีใจเว่อร์อย่างกับถูกรางวัลแจ๊คพอตหวยเมืองไทยงั้นแหละ เป็นแฟนเพลงหรือไงกันนะ
"แล้วนี่นายเข้ามาได้ยังไง"
"หา.." คิ้วคมเข้มบนดวงหน้าหล่อเหล่าเลิกขึ้นอย่างแปลกใจ "แล้วทำไมฉันถึงจะเข้ามาไม่ได้ล่ะ"
"ก็นายเป็นคนนอก" แจจุงว่า "เจ้าหน้าที่ไม่น่าจะให้แฟนเพลงเข้ามาในห้องตอนที่ฉันกำลังป่วยอยู่ได้นี่"
"ฉันเนี่ยนะคนนอก?" คนตัวสูงหัวเราะ "ยิ่งกว่าคนในอีกนะ..ฉันน่ะ"
แจจุงไม่เข้าใจ หรือว่าหมอนี่เป็นลูกที่พลัดพรากของเจ้าของบริษัทS.Mกัน ทำไมเขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
"งั้นนายเป็นใคร? เกี่ยวข้องอะไร? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้? แล้วพวกชางมินยูชอนจุนซูหายไปไหน (บลา บลา บลา..)"
คำถามร่ายยาวที่ออกมาจากริมฝีปากอิ่มทำให้สีหน้าของอีกฝ่ายดูสลดลงอย่างเห็นได้ชัด อาการดี๊ด๊าเมื่อครู่แทบไม่มีเหลือให้เห็นอีกเลย
แจจุง...ฉันไม่เข้าใจ....เพราะอะไร.. ทำไมล่ะ..
ถ้าคิดจะล้อเล่นล่ะก็ ขอร้องล่ะ หยุดเถอะ..
ฉันกลัว..
"........." ร่างสูงถอนหายใจพลางนั่งลงที่เดิม แต่สองมือใหญ่ยังคงกุมมือเล็กที่ชื้นเหงื่อไว้ไม่ห่าง
ทั้งที่ไม่รู้จักกันแท้ๆ แต่ทำไมถึงรู้สึกว่าคนๆนี้แตกต่างจากคนอื่น ความอบอุ่นนี่มันอะไร
คิมแจจุงหรือว่านายเป็นบ้าไปแล้ว?
ร่างบางได้แต่ถามตัวเอง
"แจจุง..ฟังฉันนะ" ร่างสูงพยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบ "ฉันคือ จุงยุนโฮ หรือยูโนยุนโฮ หัวหน้าวงTVXQ" ดวงตาสีน้ำตาลเข้มประสานกับดวงตาสีนิลสวยที่ยังคงฉายแววไม่เข้าใจ
"และที่สำคัญกว่านั้น.."
ยุนโฮบีบมือแจจุงเล็กน้อยราวกับจะส่งผ่านความห่วงใยให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงตัวตนของเขาที่อยู่ตรงนี้
แต่ประโยคต่อมากลับทำให้ร่างบางรู้สึกเหมือนตนเองกำลังจะเสียสติ
"..พวกเราแต่งงานกันมาได้ปีหนึ่งแล้ว...จุงยุนโฮคือสามีของคิมแจจุง...และวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา"
"ว.....ว่าไงนะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
TBC~
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
* Pieces of the white memories * [ตอนที่01/??] PG-13
"นายแน่ใจเหรอ" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยผ่านสมอลทอล์กหลังจากปลีกตัวออกมาจากเหล่าบรรดาสไตล์ลิชที่ทำหน้าเสียดายเพราะกำลังสนุกกับการทำให้ผมของเขากลายเป็นสิงโตเพิ่งตื่น
"ที่ว่าจะไม่ให้ไปรับน่ะ"
"ยุนโฮ อย่าทำเหมือนฉันเป็นเด็กสิ" แจจุงตัดพ้อเล็กน้อยที่ยุนโฮชอบทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กสามขวบ
"กว่านายจะถ่ายแบบเสร็จก็คงมืดแล้ว ฉันขับรถกลับเองได้น่า อย่าห่วงเลย"
"ไม่ห่วงได้ไงล่ะ" ยุนโฮเลียนแบบน้ำเสียงตัดพ้อของอีกฝ่าย "ก็นายเป็น..ภรรยาสุดที่รัก..ของฉันนี่"
เขาพยายามเน้นคำว่า 'ภรรยาสุดที่รัก' เป็นพิเศษ
"บ...บ้า~" ดวงหน้าหวานร้อนผ่าว
ถึงแม้จะแต่งงานกับยุนโฮมาจะครบปีแล้ว แต่คิมแจจุงก็ยังรู้สึกไม่ชินกับคำว่าภรรยาที่อีกฝ่ายชอบเรียกสักที
ก็แน่ล่ะ เขาเป็นผู้ชายนี่
"แก้มแดงไปถึงใบหูแล้วคร๊าบ..ที่รัก~"
ร่างสูงแซว ฟังจากน้ำเสียงและนิสัยขี้อายอันเป็นแบรนด์ของแจจุงแล้ว ทำให้เขาเดาสีหน้าของคนรักได้ไม่ยากเลย
ซึ่งถ้าโทรศัพท์มือถือของร่างบางดูดสีได้ป่านนี้มันคงกลายเป็นสีแดงไปแล้วเพราะยุนโฮพูดถูกทุกอย่าง
"พ..พอเลย..เจ้าบ้า" แจจุงพยายามปรับน้ำเสียงตัวเองให้เป็นปกติสุดความสามารถ
"ตอนนี้ฉันอยู่กับชางมิน เพราะฉะนั้นถ้านายกำลังจะถามว่า มีใครไปเป็นเพื่อนฉันไหม ล่ะก็นะ.."
ยุนโฮทำแก้มป่อง กำลังจะอ้าปากถามอยู่พอดีแท้ๆ แจจุงก็อ่านเขาเก่งพอๆกันนั่นแหละ
"แล้วก็นะ" ริมฝีปากอิ่มกระตุกยิ้ม "วันนี้นายหากินเอาเองแล้วกัน เพราะฉันขี้เกียจทำกับข้าว"
"อะไรนะ!!" ร่างสูงเบ้ปาก น้ำเสียงเริ่มดราม่า "แจจุงใจร้ายยยย ทำงี้กับผมได้ไง~"
"แบร่~ไม่รู้ไม้ชี้" คนสวยกระหยิ่มยิ้มย่องที่ได้แกล้งคืนบ้าง แต่ก็ยังไม่วายหยอดคำหวาน
"แล้วคืนนี้เจอกันที่บ้านนะ..คุณสามีสุดที่รัก.."
ว่าแล้วก็ชิ่งตัดสายไปทันที ปล่อยให้ยุนโฮยืนยิ้มกับโทรศัพท์เหมือนคนบ้าอยู่คนเดียว
~แบบนี้ต้องกลับไปคิดบัญชี จะทำให้เรียกชื่อฉันทั้งคืนเลยคอยดูนะ~
ยุนโฮคิดในใจอย่างมีความสุข(ปนหื่น) ก่อนเดินกลับไปให้สไตล์ลิชยำผมตนเองต่อ
อีกสามวันจะถึงวันครบรอบแต่งงาน แม้จะต้องผ่านอุปสรรคมามากแต่แจจุงก็ดีใจที่สังคมเกาหลี แฟนเพลง รวมทั้งทุกคนในครอบครัวเข้าใจ จนเขาได้แต่งงานกับยุนโฮที่เขารักในที่สุด
ดวงตากลมโตมองวอลเปเปอร์รูปคู่ในงานแต่งของตนกับยุนโฮที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือแล้วก็ยิ้มออกมา
แจจุงเองก็มีความสุขเช่นกัน
"ฮัลโหลชางมิน" มือบางกดโทรศัพท์หาน้องเล็กในวง "ถ้าเรียนเสร็จแล้วช่วยไปซื้อของให้พี่หน่อยนะ
เดี๋ยวจะส่งแมสเสสไปให้..........อื้อใช่...ไปรอที่บ้านพี่นั่นแหละ..วันนี้จะทำเมนูพิเศษ ชวนพวกนั้นมาด้วยล่ะ....ขอบคุณมากนะ บายๆ"
เพราะว่าไม่มีคิวงานแจจุงจึงออกมาซื้อของขวัญให้ยุนโฮเพียงลำพัง
แม้แต่สมาชิกคนอื่นในวงเองก็ตามร่างบางก็ไม่ยอมให้มา เพราะเขากลัวแผนเซอร์ไพรซ์จะพังไม่เป็นท่า
แต่ที่ต้องโกหกว่าชางมินมาด้วยเพราะแจจุงไม่อยากให้ยุนโฮต้องเป็นห่วงเขามากเกินความจำเป็นจนไม่เป็นอันทำงาน เขารู้ดีว่าสามีเขาเวอร์แค่ไหนถ้าเป็นเรื่องของคิมแจจุงคนนี้
"ขอโทษนะหมีอ้วน" ริมฝีปากอิ่มจูบรูปยุนโฮในโทรศัพท์ "แล้วฉันจะให้นายทำโทษจนกว่าจะพอใจเลย"
* *
ขายาวๆของจุงยุนโฮก้าวเข้ามาในลิ๊ฟแก้วของคอนโดหรูแห่งหนึ่งใจกลางกรุงโซล
ซึ่งเป็นที่พักของเขาและเหล่าสมาชิกTVXQคนอื่นๆ
เพียงแต่ยุนโฮกับแจจุงแยกออกมาอยู่อีกห้องหนึ่งหลังจากแต่งงานกันเนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัว
และเพื่อนๆก็เห็นดีเห็นงามกับเขาด้วย
นิ้วเรียวยาวกดที่ชั้น24อย่างรีบร้อน ดวงหน้าคมสันแนบเข้ากับกระจกด้านข้างอย่างอิดโรย
ทั้งที่คิดว่าคงจะเลิกงานไม่เกินสามทุ่ม แต่จนแล้วจนรอดก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่าจนได้ ป่านนี้แจจุงคงรอเขาแย่แล้ว
ร่างสูงสังเกตเห็นไฟสีส้มลอดออกมาจากประตูห้อง แจจุงคงกลับมาถึงนานแล้วสินะ
แจจุงงงงงงจ๋า ยุนโฮของแจจุงกลับมาแล้..... มือใหญ่ดันประตูพรวดพราดเข้ามา แล้วก็แทบจะกลืนคำพูดกลับเข้าไปไม่ทัน
ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่เขาเรียกอย่างหวานหยดย้อยเมื่อครู่ หากแต่เป็นเพื่อนสมาชิกTVXQคนอื่นๆที่นั่งดูทีวีกันสลอน
ชางมินกำลังอร่อยกับซีเรียลรสชอกโกแลต(ของแจจุง)ขณะอ่านแฮร์รี่พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสมถึงบทที่สิบเอ็ด
ส่วนยูชอนกำลังนอนน้ำลายยืดอย่างสบายอารมณ์อยู่บนตักของจุนซู แต่แล้วก็ต้องร้องเสียงหลงออกมาเพราะจุนซูเผลอจิกผมของเขาอย่างแรง เนื่องจากเจสันในทีวีกำลังฟันคอเฟรดดี้ขาดกระจุย
พวกนายมาทำ(บ้า)อะไรในห้องฉัน(วะ)ฮะ!!! ยุนโฮกระแทกประตูปิดดังปัง จนชางมินสำลักซีเรียลที่เพิ่งจะยัดเข้าปากไประลอกใหม่
อ่ะพี่ยุนโ.. แค่กกกกก อุบส์!!!! ชางมินรู้สึกเหมือนซีเรียลชิ้นหนึ่งทำท่าจะขึ้นไปอยู่บนจมูกจนพูดต่อไม่ได้
ต้องวิ่งโร่ไปอ๊วกในห้องน้ำ จุนซูมองตามน้องเล็กด้วยสีหน้ารังเกียจ
แหมไอ้คุณยุนโฮครับ ยูชอนลุกขึ้นพลางลูบเส้นผมที่หยุงเหยิงเป็นหงอนไก่ให้กลับเข้าที่ ไม่ต้องถามเชิงขับไสไล่ส่งขนาดนั้นก็ได้น่า เขาหันไปมองจุนซูที่กำลังเปลี่ยนช่องไปดูบิ๊กซีนีม่าโปรแกรมทองเรื่อง Beautiful Boxer ซึ่งซื้อลิขสิทธิ์มาจากประเทศไทย ด้วยสีหน้าหวั่นๆ (หนังเมื่อกี้ยังโดนกระชากซะผมหลุดเป็นกระจุก แล้วไอ้หนังเรื่องนี้เขาจะโดนหน้าแข้งไหมเนี่ย)
ยูชอนกระดืบออกมาอยู่ในองศาที่ปลอดภัยจากมือเท้าของคนที่เริ่มตั้งการ์ดตามน้องตุ้มพลางพูดต่อ
ถ้าชางมินไม่บอกว่าแจจุงเป็นคนให้ชวนพวกเรามา ฉันไม่มาอยู่เป็นกองขี้ควายหรอกเฟร้ย
แล้วนี่แจจุงของฉันอยู่ที่ไหน ร่างสูงโยนเป้ลงบนโซฟา พลางทิ้งตัวลงนั่ง นี่ชางมิน ถ้าอ๊วกเสร็จแล้วกรุณาลงวิกซอลให้สะอาดด้วยนะ เพราะพี่จะไม่ยอมให้คนสวยของพี่ต้องมาตามล้างให้นายแน่
รู้แล้วครับทั่นพี่ น้องเล็กของวงออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าอิดโรยแถมยังเปียกทั้งตัว จนยุนโฮนึกสงสัยไม่ได้ว่ามันไปอ๊วกในอ่างจากุ๊ดซี่หรือไงวะ
แจจุงก็ยังไม่กลับน่ะสิ พวกฉันมารอตั้งนานแล้ว จุนซูที่กำลังดูแม่ม้ายมวยไทยอย่างเมามันส์เปิดปากพูดกับเขาบ้าง แต่นั่นทำให้คนเป็นหัวหน้าวงรู้สึกเหมือนโลกจะแตก
ว่าไงนะ!!ยังไม่กลับงั้นเหรอ!! ยุนโฮหันไปจ้องชางมินที่ยืนตัวสั่นอยู่หน้าห้องน้ำ อะไรกันชางมิน นายไปกับแจจุงไม่ใช่เหรอวันนี้ แล้วนี่กลับมาคนเดียวได้ไงหา!
ชางมินกระพริบตาอย่างไม่เข้าใจ ผมเนี่ยนะไปกับพี่แจจุง พี่เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าครับ
ก็แจจุงเป็นคนบอกฉันว่าวันนี้เขาจะไปซื้อของกับนายนี่ ยุนโฮเริ่มใจไม่สู้ดี
แจจุงโทรบอกชางมินให้ซื้อกับข้าวไว้ให้ต่างหาก เขาบอกจะทำอาหารเลี้ยงพวกเรา ตอนนั้นฉันอยู่กับหมอนี่ที่มหาลัยพอดี ยูชอนยืนยันหนักแน่น
ฉันอยากจะบ้า ยุนโฮกุมขมับ เขาเป็นห่วงคนรักจับใจ
จนป่านนี้ก็ยังไม่กลับ ฉันไม่รอแล้ว จะออกไปตามหาเดี๋ยวนี้แหละ
*กรี๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง~*
เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้นขัดจังหวะ ยุนโฮเพิ่งสังเกตว่าโทรศัพท์มือถือของตนเองแบตหมดไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ บางทีคนที่โทรมาอาจจะเป็นแจจุงก็ได้
ฉันรับเอง จุนซูผู้อยู่ใกล้ที่สุดคว้าโทรศัพท์ขึ้นมารับสายอย่างรีบร้อน
คิมจุนซูพูดครับ ...ใช่ครับ....ที่ห้องนี้แหละครับไม่ผิดหรอก....อะไรนะครับ!!! จุนซูปล่อยโทรศัพท์ตกลงพื้นดังโครม เขาหันไปมองยุนโฮด้วยสีหน้าตกใจสุดขีด
เกิดอะไรขึ้นจุนซู!! ผู้เป็นหัวหน้าวงถามอย่างร้อนรน สีหน้าหวาดหวั่นไม่ต่างกัน
ตำรวจโทรมาบอกว่า.. จุนซูเอ่ยเสียงสั่น น้ำตาเริ่มคลอเบ้า แจจุงรถคว่ำ อาการสาหัส ตอนนี้อยู่ที่ห้องไอซียู
อะไรนะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
*
*
"..พวกเราแต่งงานกันมาได้ปีหนึ่งแล้ว...จุงยุนโฮคือสามีของคิมแจจุง...และวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา"
"ว.....ว่าไงนะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
หลังจากที่ฟังอยู่นาน แจจุงรู้สึกทนไม่ไหวอีกต่อไป นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน อย่ามาเล่านิทานงี่เง่าได้ไหม
นายพูดบ้าอะไรของนาย ดวงตาสีนิลจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจเอามากๆ
ฉันเนี่ยนะแต่งงานกับนาย ฉันเป็นผู้ชายนะ ผู้ชาย!!
ก็เพราะว่าเป็นผู้ชายน่ะสิ ดวงหน้าหล่อเหลาไม่ได้แสดงอาการใดๆที่บ่งบอกว่าล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย แต่กลับจริงจังจนน่ากลัว นายรู้ดีว่ากว่าพวกเราจะแต่งงานกันได้ต้องผ่านอะไรมามากแค่ไหน
นายรู้ดีว่ามันยากลำบากขนาดไหน
เราต่อสู้ด้วยกันมามากแค่ไหน
เราต้องฟังเสียงด่าทอจากคนรอบข้างมากแค่ไหน
นายรู้ แจจุง!!
ฉันไม่รู้!! มือบางสะบัดออกจากข้อมือใหญ่ จนความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง แจจุงกัดริมฝีปากระงับความเจ็บปวด แต่น้ำตายังคงไหลออกจากดวงตาคู่งามอย่างไม่อาจปิดบังได้ ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น!! อึก..
ปวดหัว... สับสน... สับสนไปหมดแล้ว!! หยุดเสียที!!
แจจุง อย่าร้องไห้..ฉันขอร้อง
แม้ตอนนี้ตนเองจะเสียใจมากเพียงใด แต่ยุนโฮกลับรู้สึกปวดใจอย่างที่สุดเมื่อเห็นน้ำตาของคนที่ตนเองรักไหลอาบแก้ม เขาอยากจะดึงคนตรงหน้าเข้ามากอดเหลือเกิน รู้ไหมว่าน้ำตาของนาย ทำให้ฉันทรมานกว่าหลายเท่า
อย่ามาเข้าใกล้ฉันนะ!! มือใหญ่ที่เอื้อมไปปาดน้ำตาถูกปัดออกอย่างไม่ใยดี
ออกไปให้พ้น ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย!!
แจ..
ออกไป!!!
ยุนโฮรู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกหยุดหมุน รู้สึกเหมือนอกข้างซ้ายกำลังจะแตกสลาย
เขาเดินอย่างล่องลอยราวกับคนเสียสติไปที่ประตูทางออก จังหวะเดียวกับที่พวกจุนซู ยูชอน และชางมินเข้ามา
ทั้งสามเห็นดวงตาเลื่อนลอยของยุนโฮแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ยุนโฮมองไม่เห็นพวกเขาด้วยซ้ำ
พี่เค้า..
ชางมินมองร่างเล็กที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนเตียงสลับกลับร่างสูงที่เดินออกไปไม่ต่างกับร่างไร้วิญญาณ
ฉันจะตามไปเอง ยูซอนวิ่งออกไปโดยไม่พูดอะไรต่ออีก ชางมินและจุนซูจึงเดินเข้าไปหาร่างบางที่อยู่ข้างใน
พี่แจจุงครับ..
ชางมิน!! จุนซู!!!
TBC
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
* Pieces of the white memories * [ตอนที่02/??] PG-13
นอนไม่หลับเหรอ..
มือใหญ่ลูบเส้นผมสีดำสนิทที่นุ่มราวกับเส้นไหมของร่างที่อยู่ในอ้อมแขนอย่างแผ่วเบา
แม้แจจุงจะนอนนิ่ง แต่ยุนโฮก็รู้สึกได้ว่าดวงตากลมโตคู่สวยที่เขาหลงใหลไม่ได้ปิดลงแต่อย่างใด
อืม.. พวงแก้มเนียนแนบเข้ากับแผงอกแกร่ง เสียงหวานเอ่ยเบาๆ อีกไม่กี่วันก็จะครบหนึ่งปีที่เราแต่งงานกันแล้วนะยุน ดวงตาคู่งามเงยขึ้นประสานกับดวงตาเรียว ฉันมีความสุขที่สุดเลย
อื้ม.. ยุนโฮคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนประทับจุมพิตลงบนหน้าผากมนอย่างทนุถนอม ฉันก็เหมือนกัน..
นายอยากได้อะไรเป็นของขวัญเหรอ แจจุงถามขณะหลับตาพริ้ม
ฉันไม่อยากได้อะไรหรอก ริมฝีปากได้รูปละจากหน้าผากมน นิ้วเรียวยาวสัมผัสผิวเนียนละเอียดบนดวงหน้าหวานอย่างเชื่องช้า
แค่ได้มีนายมาอยู่ในอ้อมกอดของฉันแบบนี้.....ถือเป็นของขวัญที่วิเศษที่สุดแล้ว
.... แจจุงไม่รู้ว่าในความมืดยามราตรีแบบนี้ ยุนโฮจะมองเห็นไหมว่าแก้มของเขาเปลี่ยนเป็นสีอะไร
แจจุง.. ยุนโฮจ้องมองดวงตาสีนิลคู่งามอย่างมีความหมาย ฉันรักแจจุง..
ยุนโ............
เสียงเล็กค่อยๆเลือนหายไปพร้อมกับริมฝีปากได้รูปที่ทาบทับลงมา ช่างเป็นจุมพิตที่อ่อนหวานและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของความรัก ซึ่งแจจุงเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ได้สัมผัสกับความรู้สึกนี้
..อื้อออ..ยุน..น..
ริมฝีปากอิ่มปลอดปล่อยเสียงครางหวานออกมาตามท่วงทำนองเพลงรักที่ร่างสูงเป็นผู้บรรเลง
ทั้งอ่อนโยน หวานล้ำ และเร่าร้อนจนร่างบางแทบจะลืมหายใจ
ผิวกายว่างเปล่าที่บดเบียดเข้าหากัน ..
เสียงแห่งความสุขที่พร่ำเรียกแต่ชื่อของกันและกัน..
ความปรารถนาเหล่านั้น ช่างมากมายและไม่มีวันเพียงพอ ... ประดุจช่องว่างที่เติมเท่าไรก็ไม่เต็ม
ก็เพราะว่ารักมาก... รักมากที่สุดนั่นเอง
หากการได้รับความรักจากนายถือเป็นพรจากพระเจ้า.. ฉันก็อยากจะเก็บพรนี้เอาไว้ตลอดไป..ฉันเองก็รักยุนโฮ
*
*
แสงสีทองของพระอาทิตย์ยามอัสดงที่ลอดผ่านเมฆน้อยใหญ่ กับเหล่าวิหคมากมายที่พร้อมใจกันบินกลับรัง
คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่ามันช่างสวยงามนักหากมองจากมุมสูงบนดาดฟ้าแห่งนี้
ภาพเบื้องหน้าแม้จะสวยงามดั่งภาพวาดเพียงใดก็ตาม
แต่นั่นไม่ได้ช่วยให้ดวงตาสีน้ำตาลที่เอาแต่เหม่อลอยใส่ใจความความงดงามนั่นเลย
สิ่งที่จุงยุนโฮเห็นยังคงมีแต่ภาพของคิมแจจุงที่เขารัก
มีแต่คำพูดอ่อนหวานที่เขามักจะได้ยินอยู่เสมอ..
...กับข้าวอร่อยไหม..กินเยอะๆนะ..หมีอ้วน..
...บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกภรรยาน่ะ ฉันเขินนะเจ้าบ้า..
...สุขสันต์วันเกิดนะ..คุณสามี..
...อีกไม่กี่วันก็จะครบหนึ่งปีที่เราแต่งงานกันแล้วนะยุน ฉันมีความสุขที่สุดเลย..
หากการได้รับความรักจากนายถือเป็นพรจากพระเจ้า.. ฉันก็อยากจะเก็บพรนี้เอาไว้ตลอดไป..ฉันเองก็รักยุนโฮ..
ออกไปให้พ้น!!! ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย!!! ออกไป!!!!!!!!!
นั่นคือ คิมแจจุงที่เขารักหมดหัวใจ..
ยุนโฮได้แต่ภาวณาให้ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่าเขากำลังฝันร้าย
นั่นคือคำพูดที่ออกมาจากปากของคนๆเดียวกันแน่หรือ..
เพียงแค่ช่วงข้ามคืน..
สายตาที่เคยมองเขาด้วยความรักกลับกลายเป็นสายตาเย็นชาราวกับคนไม่เคยรู้จัก
เสียงหวานที่เคยหยอกเคยล้อกลับกลายเป็นเสียงด่าทอราวกับเกลียดชัง
เพียงแค่ช่วงข้ามคืนเท่านั้น..
แจจุง...ทำไม.. ดวงหน้าคมสันเงยขึ้นราวกับกักกั้นน้ำตาไว้ ไม่ให้ไหลออกมา
แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นคนเข้มแข็งแค่ไหน แต่ในยามนี้ยุนโฮแทบจะไม่รู้ความหมายของคำๆนั้นด้วยซ้ำ
เขารู้สึกเหมือนตนเองกำลังจมดิ่งลงเหว เหวลึกที่พยายามเท่าไหร่ก็คงปีนกลับขึ้นมาไม่ได้
มืดไปหมด เจ็บปวดเหลือเกิน..
ถ้าอยากจะร้องก็ร้องออกมาเถอะ
ยูชอนที่ยืนอยู่ด้านหลังอยู่นานมองเพื่อนด้วยความสะเทือนใจ เขาไม่เคยเห็นยุนโฮเป็นแบบนี้มาก่อนเลย
กลั้นไว้มีแต่จะแย่นะน้ำตาน่ะ เขาตบไหล่คนสูงกว่าเบาๆ แล้วเรื่องแจจุง ฉันจะบอกให้ว่าทำไม
*
ความจำเสื่อมบางส่วน?
แจจุงทวนคำอย่างไม่ค่อยอยากเชื่อนัก แต่สีหน้าอันหนักแน่นของชางมินและจุนซูก็ไม่ได้บ่งบอกว่าล้อเล่น
ศีรษะของพี่กระแทกกับพื้นอย่างแรง คงเป็นตอนที่กระเด็นออกมาจากรถ น้องเล็กทวนคำที่คุณหมอเจ้าของไข้บอกไว้ก่อนที่พวกเขาจะเข้ามาในห้องนี้ แต่มีน้อยคนที่ศีรษะได้รับความกระทบกระเทือนแล้วจะความจำเสื่อมในเคสเดียวกับที่พี่เป็น
คนส่วนมากจะจำอะไรไม่ได้เลย แต่เคสของนายเป็นความจำเสื่อมที่จะลืมเฉพาะส่วน แถมมันยังแบ่งเป็นสองกรณีที่ตรงข้ามกันด้วย จุนซูอธิบายบ้าง อย่างแรกคือกรณีที่ความจำในส่วนที่คนไข้ไม่อยากจำที่สุดซึ่งถูกเก็บไว้ในจิตใต้สำนึกจะหายสาบสูญไป ซึ่งเปอร์เซนที่คนไข้จะเป็นแบบนี้มีมากกว่าอย่างที่สอง
หมอบอกว่าในกรณีของแจจุง เป็นกรณีที่ความทรงจำในส่วนที่สำคัญที่สุดจะหายสาบสูญไป และความทรงจำร้ายๆในอดีตจะเข้ามาแทน
ยุนโฮรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะหายใจไม่ออกกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ก็พยายามตั้งใจฟังยูชอนพูดต่อไป
แล้วที่แจจุงจำอะไรที่เกี่ยวข้องกับนายไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว นั่นก็หมายความว่านายคือความทรงจำส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาไงล่ะ
นายคือความทรงจำส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาไงล่ะ..
คำพูดนั้นก้องอยู่ในหัวของยุนโฮซ้ำไปซ้ำมา
เพราะว่าฉันเป็นคนสำคัญที่สุด ดังนั้นจึงลืมไปหมดสิ้นงั้นหรือ..
ช่างเป็นความรู้สึกที่ขัดแย้งที่สุดในชีวิตของจุงยุนโฮเลยก็ว่าได้..
หมายความว่าความรักที่เราร่วมกันสร้างและความผูกพันที่สั่งสมกันมา..
จะไม่มีเหลืออยู่อีกต่อไป..?
พระผู้เป็นเจ้า..
ท่านจะทำอะไรกับจุงยุนโฮคนนี้ก็ได้ แต่ทำไมต้องมาพรากแจจุงไปด้วย
หากการได้รับความรักจากนายถือเป็นพรจากพระเจ้า.. ฉันก็อยากจะเก็บพรนี้เอาไว้ตลอดไป
ท่านให้พรแด่คนที่ผมรัก แต่กลับสาปผมให้ตายทั้งเป็น ทำไมถึงไม่ฆ่าผมแทนเสียเลยล่ะ
ท่านไม่เอาชีวิตแต่เอาความรู้สึกที่สำคัญที่สุดไป แบบนี้มันทรมานยิ่งกว่าตายอีก!!!!
*
สามวันสามคืนที่นายสลบไป ยุนโฮอดหลับอดนอนดูแลนายไม่ห่างเลยนะรู้ไหม จุนซูพูดอย่างเห็นใจเพื่อน แล้วนายไปไล่เขาแถมยังทำท่ารังเกียจขนาดนั้นหมอนั่นคงจะเสียใจมาก
พี่ยุนโฮเขารักพี่มากนะครับ ชางมินเอ่ยอย่างหนักแน่น แล้วพี่เองก็รักพี่ยุนโฮมากเช่นกัน
แต่ฉันไม่รู้จักคนๆนั้น ร่างบางไม่ได้รู้สึกผิดอะไรนัก
แล้วฉันก็-ไม่ได้รัก-หมอนั่นด้วย..จู่ๆมาพูดอะไรบ้าๆให้ฟังฉันจะไปรับได้ยังไง
ไอ้เรื่องบ้าๆที่ว่านั่นมันคือเรื่องจริงที่นายลืมมันไปต่างหาก
เสียงๆหนึ่งดังมาจากประตู บ่งบอกได้ว่าค่อนข้างไม่พอใจมาก
ยูชอน.. แจจุงพึมพำ
นายมาตั้งแต่เมื่อไหร่ จุนซูหันไปถามยูชอนที่ยืนนิ่งพิงขอบประตูอยู่
ก็นาน.. เขาก้าวเข้ามา จ้องร่างที่อยู่บนเตียงเขม็ง พอที่ฉันกับหมอนั่นจะได้ยินทุกคำพูดเชือดเฉือนเมื่อกี้
แล้วพี่ยุนโฮล่ะครับ ชางมินมองไม่เห็นคนที่ถูกเรียกว่า หมอนั่น ยูชอนยักไหล่พลางใช้นิ้วโป้งชี้ไปนอกห้อง
แต่ฉันไม่รู้จักคนๆนั้น
แล้วฉันก็-ไม่ได้รัก-หมอนั่นด้วย..จู่ๆมาพูดอะไรบ้าๆให้ฟังฉันจะไปรับได้ยังไง
ไม่ได้รัก..
ไม่ได้รัก..
ไม่ได้รัก!!!
ยุนโฮทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง
คำพูดเหล่านั้นมันสะท้อนไปมาให้เขาได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประหนึ่งสายฟ้าที่กำลังโหมทำลายหัวใจเขาให้ย่อยยับ
แจจุงไม่ได้รักเขาอีกแล้ว..
จะไม่มีแจจุงคนนั้นอีกแล้ว..
เขาจะทนได้ยังไง เขาจะทำใจยอมรับได้ยังไง..
ยุนโฮบอกว่ากลัวแจจุงเห็นหน้าแล้วจะร้องไห้อีกก็เลยไม่กล้าเข้ามา
จะเข้าก็เข้าสิ ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย แจจุงเอ่ยเรียบๆ ก็แค่ไม่ชินที่ต้องอยู่กับคนแปลกหน้า
นายจะใจร้ายไปถึงไหนวะแจจุง ยูชอนขึ้นเสียง หยุดพูดจาทำร้ายจิตใจเพื่อนฉันสักทีจะได้ไหม!!
อย่าไปว่าแจจุงเลย..นะยูชอน
บุคคลที่ถูกเอ่ยถึงก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ ริมฝีปากได้รูปฝืนยิ้ม ฉันไม่เป็นไร..
ดวงตาทุกคู่หันไปมองที่ยุนโฮเป็นตาเดียว สายตาทุกคู่ล้วนแต่ฉายแววเห็นใจ
จะมีก็แต่ดวงตากลมโตคู่สวยที่มองอย่างนิ่งเฉย จนไม่อาจคาดเดาความหมายของดวงตาคู่นั้นได้
แต่ก่อนที่ทุกคนจะได้พูดอะไร คุณหมอกับพยาบาลก็เดินเข้ามาพอดี
ขอโทษที่รบกวนนะครับ คุณหมอกล่าวอย่างสุภาพ
แต่ผมคงต้องพาคุณคิมแจจุงไปตรวจร่างกายเพิ่มอีกนิดหน่อย
แจจุงมองรถเข็นที่พยาบาลเข็นเข้ามาที่เตียงด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ จริงอยู่ที่เขาเจ็บไปทั้งตัว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเว่อร์ถึงขนาดจะต้องนั่งรถเข็น
ไม่ต้องใช้รถเข็นหรอกครับ ร่างบางหันไปยิ้มให้พยาบาล แค่พยุงก็พอ ผมเดินเองได้ครับ
คงจะไม่ได้หรอกค่ะ พยาบาลสาวสวยยิ้มตอบ
ชางมิน จุนซู และยูชอนมองหน้ากันด้วยความรู้สึกไม่ดีนัก ส่วนยุนโฮเองก็มีสีหน้าสลดลงอีก ไม่ใช่เพราะรอยยิ้มของพยาบาลที่มีให้คนที่เขารัก แต่เพราะมีอะไรบางอย่างที่แจจุงยังไม่รู้กำลังรอเขาอยู่
คุณเดินเองไม่ไหวหรอกครับ คุณหมอเอ่ยอย่างสุขุม เพื่อนๆคุณคงจะยังไม่ได้บอกสินะครับ
หมายความว่ายังไงครับ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันอีก ยังมีอะไรที่เขายังไม่รู้อีกงั้นหรือ
คนใกล้ชิดที่สุดของคุณสมควรจะเป็นคนบอกมากกว่าน่ะค่ะ พยาบาลช่วยเสริม เพราะเรื่องแบบนี้มีแต่คนใกล้ชิดเท่านั้นที่สมควรจะบอกคนไข้เอง หลังจากนั้นจะได้ช่วยกันแก้ไขต่อไป
ยุนโฮเห็นว่าคนที่สมควรจะพูดคงมีแต่เขาคนเดียวเท่านั้น แม้จะเป็นห่วงความรู้สึกของแจจุงมากเพียงไรแต่ยังไงก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกแล้ว
เขาเดินเข้าไปข้างเตียง พลางจับมือเล็กขึ้นมากุมไว้อีกครั้ง
แจจุง.. ยุนโฮเอ่ยเสียงเบาแต่หนักแน่น ดวงตาสีน้ำตาลสบกับดวงตาสีนิล นายถูกตัวรถทับที่ขาตอนเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ตอนนี้.. ร่างสูงบีบมือบางราวกับอยากส่งผ่านกำลังใจทั้งหมดที่มีให้อีกฝ่ายได้รับรู้
ขาทั้งสองข้างของนาย...ใช้การไม่ได้แล้ว
เนื่องจากคุณคิมแจจุงเคยประสบอุบัติเหตุเกี่ยวกับหัวเข่ามาแล้วก่อนหน้านี้ ประกอบกับเขาถูกตัวรถทับอยู่นานเกินไป ทำให้เส้นประสาทและกระดูกรับไม่ไหว แม้กระดูกจะไม่แตกแต่เปอร์เซ็นที่เขาจะกลับมาเดินได้นั้นมีน้อยมากครับ มีทางเดียวคือต้องทำกายภาพบำบัดอย่างหนัก ซึ่งหมอเองก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลสักแค่ไหน
นั่นคือสิ่งที่คุณหมอบอกกับยุนโฮหลังจากที่เขาแวะไปถามคุณหมอด้วยกันกับยูชอนเมื่อยี่สิบนาทีก่อน
ซึ่งมันโหดร้ายเกินกว่าจะพูดออกไป
ไม่นะ.. แจจุงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะหยุดหายใจ หยาดน้ำตารินไหลอย่างไม่รู้ตัว ไม่จริงใช่ไหม
แจ..
ฉันจะเดินไม่ได้.. ฉันเดินไม่ได้..ฉันเดินไม่ได้แล้ว..
ความรู้สึกทรมานตอนบาดเจ็บที่เข่าเมื่อครั้งนั้นกำลังค่อยๆย้อนกลับมา แต่คราวนี้กลับร้ายแรงยิ่งกว่า
จิตใจมันทรมาน จนแจจุงไม่อาจทนไหวอีกต่อไป
ฮืออออ!!!! ไม่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
TBC
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
* Pieces of the white memories * [ตอนที่03/??] PG-13
ขาทั้งสองข้างของนาย...ใช้การไม่ได้แล้ว
ไม่นะ.. วินาทีนั้นแจจุงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะหยุดหายใจ หยาดน้ำตารินไหลอย่างไม่รู้ตัว ไม่จริงใช่ไหม
แจ..
ฉันจะเดินไม่ได้.. ฉันเดินไม่ได้..ฉันเดินไม่ได้แล้ว..
ความรู้สึกทรมานตอนบาดเจ็บที่เข่าเมื่อครั้งนั้นกำลังค่อยๆย้อนกลับมา แต่คราวนี้กลับร้ายแรงยิ่งกว่า
จิตใจมันทรมาน จนแจจุงไม่อาจทนไหวอีกต่อไป
ฮืออออ!!!! ไม่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เสียงกรีดร้องแห่งความเสียใจดังระงมไปทั่วห้อง
ไม่จริง!!!!! นายโกหก ฉันไม่เชื่อ!!!!!! ฮืออออออ!!!!!!!!
เวลานี้สำหรับร่างบางแล้ว การเสียขาไม่ต่างอะไรกับการเสียสิ่งสำคัญสำหรับชีวิตเขาไปเลย
ถ้าหากแจจุงจำยุนโฮได้ เขาอาจจะไม่รู้สึกแบบนี้ เพราะยุนโฮนั้นสำคัญที่สุด
แต่เมื่อไม่มียุนโฮ การเป็นทงบังชินกิ ก็คือสิ่งที่เขารักที่สุด....
ถ้าเดินไม่ได้..
เขาก็จะร้องเต้นในฐานะทงบังชินกิอีกไม่ได้..
แล้วอย่างนี้ ชีวิตของคนอย่างคิมแจจุงคนนี้จะยังมีความหมายอะไรได้อีกเล่า!!
แจจุงสะบัดมือของยุนโฮอีกครั้ง
ร่างบางพยายามตะเกียกตะกายลงมาจากเตียงเพื่อพิสูจน์ว่าทุกคนโกหก
ความจริงแล้วเขายังเดินได้ เขาต้องเดินได้..
แต่ในเมื่อความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
เรี่ยวแรงที่ไม่มีและขาที่ใช้การไม่ได้จึงทำให้แจจุงเสียหลักตกจากเตียง
แม้ทุกอย่างจะเกิดขั้นเร็วมาก
แต่ยุนโฮก็เอาตนเองเข้ามารองรับไว้ได้อย่างหวุดหวิด ทามกลางความตกใจของทุกคน
แจจุงยังคงร้องไห้ไม่หยุด ความจริงที่ได้ประจักกับตนเองมันโหดร้ายเกินไป
เขาพยายามดิ้นไปมาให้หลุดจากพรรณธนาการของคนที่เข้ามารองรับไว้
ปล่อยฉันนะ ปล่อย!!! มือบางทุบแผงอกแกร่งเท่าที่แรงจะพอมีเหลือ ปล่อยฉันนะฉันอยากตาย!!!! ฮืออออ!!!
ในเมื่อไม่สามารถสานต่อความฝันของตัวเองได้..
แล้วคนอย่างฉันยังจะหลงเหลือคุณค่าอะไรอยู่อีก!!
บอกให้ปล่อยไง!!! ปล่อยเดี๋ยวนี้ได้ยินไหม!!!!!!!!
พระเจ้า ฆ่าฉันเสียก็ได้.. ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว..
ยุนโฮไม่ได้รู้สึกเจ็บที่ร่างกายเลยแม้แต่น้อย..
หากแต่หัวใจของเขากำลังถูกไฟเผาไหม้ให้ปางตาย..
ไฟแห่งความเศร้าโศกเสียใจ ทั้งสับสน เจ็บปวด และทุกข์ทรมาน..
ยิ่งเห็นคนที่ตนเองรักพูดเหมือนไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปก็ยิ่งทรมานมากขึ้น
หากทำได้ เขาอยากจะรับความเจ็บปวดทุกอย่างจากแจจุงมาเก็บไว้เอง
ถ้าจะต้องทรมาน ก็ขอให้คนๆนั้นคือเขาแต่เพียงผู้เดียว..
แจจุง!! ได้โปรด... ยุนโฮกอดแจจุงด้วยความรู้สึกปวดร้าวอย่างที่สุด ฟังฉัน..ฉันขอร้อง!!
เรี่ยวแรงที่ไม่ค่อยจะมีทำให้แจจุงเหนื่อยเกินกว่าจะดื้อรั้นได้อีก
ไม่ใช่เพราะยุนโฮขอร้อง แต่เป็นเพราะเขาบอบช้ำจนแทบจะไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ร่างเล็กค่อยๆสงบนิ่งลงบนแผ่นอกของคนที่ตนเองได้ลืมไปหมดสิ้นแล้วว่าเคยรักมากที่สุดในชีวิต
ยูชอนเห็นว่าเวลานี้ควรจะให้เพื่อนทั้งสองอยู่กันตามลำพัง
เขาจึงขอร้องให้คุณหมอและพยาบาลออกไปก่อน รวมทั้งพวกเขาทั้งสามเองก็ด้วย
ทุกคนได้แต่ภาวนาในใจให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้นกว่านี้..
แจจุง.. มือใหญ่สัมผัสเส้นผมสีดำขลับอย่างแผ่วเบา ซึ่งคนตัวเล็กยังคงแนบหน้าอยู่แบบนั้น ไม่ได้พูดอะไร
ถึงแม้ว่านายจะจำฉันไม่ได้...ก็ไม่เป็นไร... ยุนโฮพยายามทำเสียงให้เป็นปรกติเท่าที่ตนเองจะทำได้
แต่อย่างน้อยก็ขอให้ฉันได้ดูแลนาย..ขอให้ฉันได้ช่วยให้นายกลับมาเดินได้อีกครั้ง
แจจุงยังคงฟังอย่างสงบนิ่ง บรรยากาศในห้องเงียบเสียจนได้ยินเสียงหัวใจของร่างข้างใต้
นายจะไม่รักจุงยุนโฮคนนี้อีกแล้วก็ได้..
แม้คิมแจจุงจะไม่รักจุงยุนโฮอีก แต่จุงยุนโฮคนนี้ยังรักคิมแจจุงเสมอ..
นายยังคงเป็นชีวิตของฉันเสมอ..
นายเท่านั้น.. แจจุง...
ขอแค่ให้ฉันได้มีโอกาสทำเพื่อนายอีกสักครั้ง..และเมื่อนายหายดีแล้ว..ฉัน... ทั้งที่รู้ว่าฝืน แต่ก็ต้องกลั้นน้ำตาไว้
เมื่อถึงตอนนั้น......ฉันจะไปจากชีวิตนายเอง..
แจจุงรู้สึกได้ว่าน้ำเสียงของอีกฝ่ายสั่นเครือ
เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้อยากทำเพื่อเขามากมายนัก
ผู้ชายคนนี้รักเขามากขนาดนั้นเลยหรือ..
แต่ยังไงสำหรับแจจุงแล้ว ยุนโฮก็คือคนแปลกหน้าที่เขาเพิ่งจะเคยพบเจออยู่ดี..
นาย.... ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างไม่เข้าใจ ทำไมต้องทำเพื่อฉันขนาดนั้นด้วย
ไม่เห็นแปลกเลย ยุนโฮเอ่ยเบาๆ ก็เพราะฉันรักแจจุงไง..
ถ้าหากนายยังจำได้ว่าการรักใครสักคนเป็นยังไง สักวันนายก็จะเข้าใจเอง..
แต่ฉันไม่ได้รักนาย..
แม้ไม่ได้ตั้งใจจะตอกย้ำ แต่ความจริงข้อนี้ แจจุงไม่รู้หรอกว่ามันโหดร้ายสำหรับยุนโฮมากแค่ไหน
ฉันรู้.. ดวงหน้าคมยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างจริงใจ แม้มันจะดูโศกเศร้าเพียงใดก็ตาม ไม่เป็นไรหรอก
ตลอดเวลาที่ผ่านมา.. การได้ทำเพื่อนายคือความสุขของฉัน..
ไม่ว่าจะเป็นคิมแจจุงคนที่รักฉันหรือไม่ก็ตาม..
แม้ว่านายจะลืมเลือนมันไป.. แต่ความรักที่ฉันมีให้จะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง..
ดังนั้นไม่เป็นไรหรอก..
พระผู้เป็นเจ้า..
ถ้าหากไม่สามารถทำให้แจจุงคนนั้นกลับมาได้..
ก็ขอเพียงแค่ได้อยู่ด้วยกันต่อไป..
จนกว่าวันสุดท้ายจะมาถึง..
นั่นคือคำอธิฐานในใจของผม..
. แจจุงนิ่งเงียบ จิตใจของเขายังคงสับสน
นี่เขาควรจะทำอย่างไร.. หรือว่าเขาควรจะ..
..ก็ได้.. เสียงเล็กเอ่ยเรียบๆ
ถ้าไม่กลัวจะเสียแรงเปล่าก็ตามใจนายแล้วกัน..
แจจุงเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงยอมตกลง ทั้งที่คนๆนี้เป็นเพียงคนแปลกหน้า
หรือว่าเขาแค่อยากจะพิสูจน์ความอดทนและพิสูจน์คำพูดของอีกฝ่าย..
ก็เท่านั้น..?
*
*
ดวงตากลมโตคู่งามมองตัวเลข 2408 กับ 2409 สลับไปมาอย่างข้องใจ
หมายเลขห้องที่เขาควรจะอยู่มันคือ 2408 ไม่ใช่หรือ แล้วทำไมไอ้คนที่อ้างว่าเป็นสามีของเขาถึงพามาหยุดอยู่หน้าห้อง 2409ล่ะ?
เราอยู่ห้อง 2408 ไม่ใช่เหรอชางมิน แจจุงถามน้องเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆพลางเงยหน้ามองคนที่กำลังเข็นรถให้ตนเองอยู่ นายพาฉันมาห้องนี้ทำไม
ห้องนี้เป็นห้องของเราสองคนไง ยุนโฮตอบ
เอ๊ะ..?
พี่กับพี่ยุนโฮแยกห้องไปตั้งแต่พวกพี่แต่งงานกันน่ะครับ ชางมินช่วยเสริม
. แจจุงถอนหายใจ หมายความว่าจากนี้ไปเขาต้องอยู่กับคนไม่รู้จักทั้งวันทั้งคืนเลยอย่างงั้นหรือ
แบบนั้นไม่เอาด้วยหรอกนะ
นี่จุนซู ร่างบางหันไปอ้อน ให้ฉันกลับไปอยู่กับพวกนายเหมือนเดิมไม่ได้เหรอ..
เอ่อ... จุนซูมีสีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด เขาหันไปมองยุนโฮที่พยายามมองไปทางอื่น ซึ่งจุนซูรู้ดีว่านั่นเป็นอาการซ่อนใบหน้าที่โศกเศร้าของเพื่อนเขา คือฉัน..
นะ..
แล้วถ้าฉันไม่อนุญาตล่ะ ยูชอนเอ่ยเรียบๆ แต่เฉียบขาด ลืมไปแล้วเหรอว่านายแค่ความจำเสื่อม ไม่ใช่สมองเสื่อมเป็นเด็กปัญญาอ่อน ฉันพูดแค่นี้น่าจะเข้าใจนะ เขากอดอกมองเพื่อนตนเองที่ทำตัวไม่ต่างจากเด็ก
สายตายูชอนสามารถอ่านได้ว่า เลิกทำตัวงี่เง่าเสียที
นายไม่มาเป็นฉัน จะมาเข้าใจอะไรล่ะ!!! แจจุงตวาดกลับ คิดว่าฉันอยากจะเป็นแบบนี้นักหรือไง!!! อึก..
คิดว่าฉันอยากจะความจำเสื่อม..
คิดว่าฉันอยากจะเดินไม่ได้..
คิดว่าฉันพอใจที่ต้องอยู่กับใครที่ไหนก็ไม่รู้..
คิดว่าฉันดีใจที่ต้องเป็นแบบนี้นักหรือไง!!!!!!!!!!
มือบางกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน หยาดน้ำใสไหลรินอย่างไม่อาจห้ามได้อีก
อย่าเพิ่งเลยนะ..
จุนซูบีบมือยูชอนเป็นการปราม เขารู้ดีว่ายูชอนไม่ได้ตั้งใจจะว่าแจจุงแรงๆ ที่ทำไปเจตนาก็เพื่อแจจุงกับยุนโฮทั้งนั้น แต่ในยามนี้สภาพจิตใจของแจจุงอ่อนแอ ดังนั้นอย่าเพิ่งซ้ำเติมไปมากกว่านี้จะดีกว่า
แจจุง..ฉันขอโทษแทนยูชอนด้วยนะ
ยุนโฮคุกเข่าลงทางด้านข้าง มือใหญ่เช็ดน้ำตาให้ดวงหน้าสวยอย่างแผ่วเบาด้วยผ้าเช็ดหน้าสีขาวผืนนุ่ม
อย่าห่วงเลย นายจะต้องหาย นายจะต้องเดินได้ ฉันจะพยายามเพื่อนายทุกอย่าง ขอเพียงนายให้โอกาสฉัน..
ชางมิน จุนซู และยูชอนมองผู้เป็นหัวหน้าวงอย่างสะเทือนใจ พวกเขารู้ดีว่าในยามนี้คนที่เจ็บปวดที่สุดคงหนีไม่พ้นยุนโฮ รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลานั่นล้วนแต่เป็นการฝืนความรู้สึกตนเองทั้งนั้น
.
มือบางหยิบผ้าเช็ดหน้ามาจากร่างสูง ดวงตาสีนิลประสานกับดวงตาสีน้ำตาลเข้มอย่างสับสน
ทำไมเขาถึงรู้สึก.. ว่าความห่วงใยที่อีกฝ่ายมีให้นั้นช่างมากมายนัก
ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ได้รัก.. ทั้งที่รู้ว่าจะไม่ได้อะไรกลับคืนมา..
ทั้งที่รู้อย่างนั้น...ก็ยังจะทำงั้นหรือ..
เพราะว่าคนๆนี้เป็นคนแบบนี้หรือเปล่า ตัวเขาในอดีตถึงได้รัก อย่างที่ทุกคนพยายามพร่ำบอก
ฉันอยากพักผ่อน..
ถึงแม้จะจำอะไรไม่ได้ แต่พอได้มองดวงตาเรียวอันเศร้าหมองในระยะใกล้แบบนี้..เขาเองก็รู้สึกไม่ชอบนัก..
แจจุงเอนหลังพิงพำนักพิงอย่างเหนื่อยอ่อน ริมฝีปากอิ่มเอ่ยขึ้นลอยๆ พาฉันเข้าไปหน่อย..
ห้องไหนหรือครับพี่....โอ้ยย!! ชางมินยังไม่เคลียร์ แต่ไม่กี่อึดใจต่อมาน้องเล็กของวงก็ได้ยินเสียงดังป้าบใกล้ๆหู ซึ่งนั่นเป็นเสียงศีรษะของเขาเองที่ปะทะกับฝ่ามือพิฆาตของใครสักคน
ถามอะไรงี่เง่าชะมัดเลยนายนี่..อูยย..
ยูชอนสะบัดมือไปมาอย่างเจ็บแปลบ หัวของไอ้น้องคนเล็กนี่แข็งไม่ใช่เล่นเหมือนกัน
บางครั้งเขาอดนึกสงสัยไม่ได้ว่า ในสมองของคนเรียนเก่งอย่างชางมินนั้นอัดแน่นไปด้วยความรู้หรือขี้เลื่อยกันแน่
เพราะบางทีหมอนี่ก็โง่เกินกว่าพี่ๆทุกคนจะจินตนาการได้จริงๆ
พักผ่อนให้สบายนะแจจุง จุนซูยิ้มให้แจจุงพลางตบบ่าเพื่อนตัวสูงเบาๆ นายก็ด้วยนะยุนโฮ
เอ่อ.. ยูชอนเอ่ยเสียงเบา ขอโทษที่พูดไม่ดีว่ะแจจุง
แจจุงไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแค่สะบัดมือสองสามทีประมานว่า ช่างเหอะ
แล้วพรุ่งเจอกันที่ทำงานครับ อูย.. ชางมินยิ้มแหย รู้สึกได้ว่าหัวตัวเองมีเห็ดขึ้นเป็นรอยนูน
ขอบคุณมากนะทุกคน ดวงหน้าหล่อเหล่ายิ้ม ดวงตาเรียวเล็กมองยูชอนที่เดินโอบจุนซูเข้าไปในห้องข้างๆโดยมีชางมินเดินลูบหัวตนเองตามต้อยๆ
แม้จะน้อยใจในโชคชะตา
แต่ในยามนี้จุงยุนโฮก็นึกขอบคุณพระเจ้าขึ้นมา..ที่อย่างน้อยเขาก็ยังมีเพื่อนๆที่แสนดีคอยห่วงใยอยู่เสมอ
*
*
นี่..
แจจุงเอ่ยหลังจากที่ยุนโฮพาเขาเข้ามาในห้อง และกำลังจะเดินเลยห้องรับแขกไป
หืม..? ยุนโฮหยุดเดิน มีอะไรเหรอ..
ฉันอยากนั่งเล่นตรงนี้ก่อนน่ะ นิ้วเรียวเล็กชี้ไปที่โซฟาสไตล์ยุโรปสีน้ำตาลเข้มตัวโปรด ที่เขาจำไม่ได้ว่าเป็นคนเลือกเองกับมือเมื่อตอนไปซื้อของแต่งบ้านกับยุนโฮ แต่เขาก็รู้สึกชอบมันเหมือนเดิม
ได้สิ ดวงหน้าหล่อเหลายิ้ม นี่เป็นโซฟาตัวโปรดของนายเลยนะ
ฉันไม่ได้ถามสักหน่อย..
ยุนโฮได้แต่ยิ้มแห้งๆ หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงฟังอย่างมีความสุขทุกครั้งที่แจจุงกวนเขาด้วยคำพูด
แต่ในตอนนี้เขากลับไม่อยากจะได้ยินอีก ความรู้สึกมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
แจจุง.. มือใหญ่วางสัมภาระไว้ข้างๆ ก่อนประคองร่างบอบบางขึ้นมาแนบอกในท่าเจ้าสาว ฉันขออะไรอย่างได้ไหม?
อะไร..?
ถ้านายไม่ว่าอะไร.. ยุนโฮเอ่ยอย่างขัดเขิน เวลาฉันอุ้มนายแบบนี้ นายช่วยโอบรอบคอฉันหน่อยได้ไหม
คิ้วเรียวงามเลิกขึ้น ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ จำเป็นด้วยหรือไง?
คือฉันกลัวนายจะตกลงไปน่ะ ยุนโฮรู้ดีว่าเหตุผลที่เอ่ยออกมานั้นสุดแสนจะงี่เง่า เขาไม่มีทางปล่อยให้ร่างบางตกจากอ้อมแขนของเขาแน่นอนอยู่แล้ว
แม้จะดูเห็นแก่ตัวอยู่สักหน่อย แต่เขาก็แค่อยากรู้สึกใกล้ชิดกับคนที่เขารัก อย่างน้อยก็ในเวลาแบบนี้
เพียงแค่นี้ก็ได้..
เรื่องมากชะมัด แม้น้ำเสียงจะดูไม่ค่อยพอใจ แต่เรียวแขนบอบบางก็โอบรอบคอของคนที่อุ้มร่างเขาไว้
ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดอะไร แต่แค่นี้ยุนโฮก็ดีใจมากแล้ว
ยิ้มบ้าอะไร แจจุงขมวดคิ้ว พาฉันไปนั่งซะทีสิ
ใบหน้าที่ห่างกันเพียงคืบเดียวทำให้ดวงหน้าสวยรู้สึกแปลกยามถูกจ้องมอง
ยิ่งใกล้ก็ยิ่งรู้สึกแปลก..
เอ่อ..ขอโทษ ยุนโฮยิ้มเก้อ
วงแขนแกร่งประคองร่างบางไปที่โซฟาตัวนุ่ม ก่อนวางร่างเล็กลงช้าๆ
บนโต๊ะรับแขกมีการ์ดอวยพรมากมายจากเพื่อนๆและครอบครัวรวมทั้งพี่สาวทั้งแปดของแจจุงด้วย ซึ่งข้อความในนั้นล้วนเป็นข้อความแสดงความยินดีที่แจจุงกับยุนโฮแต่งงานกันครบรอบหนึ่งปีทั้งนั้น
นี่เขาแต่งงานกับหมอนี่มาได้ปีหนึ่งแล้วจริงๆงั้นหรือ?
ฉันไปเอาน้ำมาให้นะ
อืม..ขอบใจ.. แจจุงคงไม่ได้ใส่ใจจะฟังนัก หากเสียงทุ้มนุ่มไม่พูดประโยคถัดไปออกมา
น้ำส้มหนึ่งแก้ว น้ำเปล่าหนึ่งแก้วนะ
แจจุงหันไปมองร่างสูงที่กำลังสาละวนอยู่กับตู้เย็นอย่างแปลกใจ นายรู้ได้ยังไงว่าฉัน..
ดวงหน้าหล่อเหลาไม่ได้เงยขึ้นมา ก็ฉันเป็นอะไรกับนายล่ะ
ยุนโฮรู้ดีว่าแจจุงชอบดื่มน้ำส้มกับน้ำเปล่าในช่วงหัวค่ำหรือก่อนนอนที่สุด
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับแจจุงที่ฉันรัก.. ไม่มีอะไรที่ฉันไม่รู้หรอก..
เป็นอะไรกับฉันงั้นเหรอ แจจุงเอ่ยอย่างไม่สนใจใยดี ก็เป็นคนแปลกหน้าน่ะสิถามได้..
กึก..
ยุนโฮรู้สึกจุกจนพูดไม่ออก
คนแปลกหน้างั้นหรือ..?
มือใหญ่บีบกล่องน้ำส้มจนบิดเบี้ยว ริมฝีปากได้รูปเม้มแน่น
ร่างสูงหันหลังไปเทน้ำที่เคาท์เตอร์โดยไม่พูดอะไรต่ออีก
นายต้องไม่เป็นไรจุงยุนโฮ..
แจจุงก็แค่พูดความจริงเท่านั้น..
นายต้องทนให้ได้ เพื่อเขา..
น้ำส้มและน้ำเปล่าถูกวางลงที่โต๊ะรับแขกพร้อมกับเค๊กชอกโกแล๊ตก้อนโต ด้านบนมีตัวหนังสือสีขาวเขียนไว้อย่างบูดเบี้ยวว่า สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานนะเพื่อนรัก จากจุนซู ยูชอน และชางมิน
แม้จะไม่ถนัดเรื่องเข้าครัวเหมือนแจจุง แต่จุนซูก็ชอบให้เค๊กที่เขาทำเองมากกว่า
ซึ่งตัวหนังสือบนหน้าเค๊กมีแต่จุนซูเท่านั้นที่จะเขียนได้เบี้ยวขนาดนี้
ขอบคุณสำหรับน้ำนะ ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้ม แต่เหมือนจะยิ้มให้เค๊กตรงหน้ามากกว่า
ฝีมือจุนซูไม่เคยเปลี่ยนเลยแฮะ
แม้แต่ฝีมือทำเค๊กของจุนซูแจจุงก็ยังคงจำได้
แจจุงจำทุกสิ่งทุกอย่างได้.. ยกเว้นคนอย่างเขา จุงยุนโฮที่แจจุงเคยพูดว่ารักหมดใจ
ทำไมล่ะ ทำไม!!!!!!!!!!!
ทำไมคนที่ถูกลืมจะต้องเป็นเขาด้วย
ยุนโฮมองดูรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกปวดร้าว
รอยยิ้มที่เคยมีให้เขาอยู่เสมอ..
รอยยิ้มที่เขาอยากจะได้..
รอยยิ้มที่เขาจำได้ดีว่างดงามแค่ไหน..
รอยยิ้มที่เขาคงไม่มีโอกาสได้เห็นมันอีกแล้ว....
เอ่อ..ฉันไปเตรียมน้ำอุ่นก่อนนะ
ร่างสูงปลีกตัวเข้าไปในห้องน้ำ
ยุนโฮกวักน้ำขึ้นมาสาดหน้าตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ริมฝีปากหยักเม้มแน่น
มือใหญ่บีบขอบอ่างจนเส้นเลือดปูดและแดงช้ำ
ไม่ไหวแล้ว..
ใบมีดโกนคมกริบถูกกรีดลงบนข้อมือแกร่งจนโลหิตสีแดงไหลนอง
หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง.. และอีกหลายต่อหลายครั้ง..
ราวกับจะใช้ความเจ็บปวดทางกายช่วยบรรเทาความเจ็บปวดทางใจซึ่งมากมายเหลือเกิน
เจ็บแผลสิดี เจ็บเข้าไป จะได้ไม่ต้องรู้สึกอย่างอื่นอีก
ตายเสียสิดี ตายให้รู้แล้วรู้รอดจะได้ไม่ต้องทรมานอีก
จุงยุนโฮ นายทำบ้าอะไรวะ
ก็จะตายน่ะสิ ถามได้
ไอ้โง่!!
เออฉันมันโง่
แค่วันแรกก็จะตายแล้วงั้นหรือ ไอ้คนไม่มีน้ำยา!!
.
คนอย่างนายไม่เคยกลัวความตาย แต่ถ้าตายตอนนี้แจจุงจะเป็นยังไง
หยุดคิดอะไรงี่เง่าเสียทีได้ยินไหม ไอ้คนโง่!!
มีดเปื้อนเลือดถูกทิ้งลงกับพื้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ค่อยๆทรุดลงอ่างราวกับไร้เรี่ยวแรง
สายน้ำเย็นเฉียบจากฝักบัวสาดกระทบลำตัวและใบหน้าซีดเซียวจนเปียกชุ่ม
ทรมาน..
เจ็บปวดเหลือเกิน..
ยุนโฮไม่รู้ว่าตนเองร้องไห้ไปมากเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เขาพอจะระบายได้คงมีเพียงเท่านี้
ร้องไห้เงียบๆคนเดียวและปล่อยให้สายน้ำชะระล้างหยาดน้ำตาให้เลือนหายไป
ต้องทนให้ได้..
เพื่อคนที่เขารักหมดหัวใจ..
ต้องทนให้ได้..
เพื่อแจจุง..
TBC
*
*
เป็นไงมั่งคะ อ่านจบแล้ว ถ้าอยากอ่านต่อก็ลงคอมเมนต์กับอีเมล์ตามกติกาเดิมนะคะ เรารู้ว่าคนอ่านฟิกบล็อกเราเป็นคนน่ารัก ทำตามกติกาตลอด^^
** สำหรับตอนอื่นๆเข้าไปอ่านต่อได้ในหน้ารวมลิ๊งนะคะ จิ้มเลยค่ะ^^**
....