[FMA Fic] "Pass Away" [Heide X Ed] ของขวัญวันเกิดสึคาสะแบบเต็มๆค่า
posted on 10 Jan 2006 20:29 by rikusama in FMA, MyFicนะ..นะ..ในที่สุดมันก็สำเร็จแล้ววววววววววววววววอ๊ากกกกกกกกกกกกกกก พระเจ้าช่วยยยยย ดีใจเหลือเกิน ที่ฟิกเรื่องนี้เสร็จจนได้ อย่างที่บอกว่าแนวไม่ถนัด ฮือๆ พยายามแทบแย่แน่ะค่ะ กว่าจะสำเร็จ เป็นฟิกที่ใช้เวลาจริงๆหวังว่าทุกคนคงจะทำใจได้นะคะตอนอ่านไป กับภาษาอับส์ๆ T[]T
ขอขมาแล้วก็ไปอ่านกันเถิดค่ะ หวังว่าคงจะถูกใจนะคะ =[]="
*
*
Title :: "Pass Away"
Paring :: Alfons Heiderich x Edward Elric
Rating :: PG-15
Story Coordinator :: Zanael
Written by :: Riku
Noted :: ของขวัญวันเกิดแด่สึคาสะค่ะ
Summary :: ฟิกเรื่องนี้แลกมาด้วยน้ำตาของเราเลยล่ะค่ะ เพราะมันเป็นแนวที่เราไม่ถนัดอย่างยิ่งยวด ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ
*Pass Away*
ลมหายใจเข้าออกและร่างกายอันไร้ซึ่งความจีรัง นอกจากสิ่งลวงตาอันเป็นเพียงเปลือกนอกเหล่านี้ จะมีสิ่งใดบ้างไหมนะ ที่สามารถยืนยันถึงการดำรงอยู่ของคนเราได้ คุณค่าของการมีตัวตนมันอยู่ที่ตรงไหนกันงั้นหรือ หากการมีตัวตนไม่ได้ช่วยทำให้คนที่รักมีความสุขได้ล่ะ คุณค่าของมันยังจะมีอยู่หรือเปล่า..
"คนๆนี้ไงอัลฟอนส์..." เจ้าของเรือนร่างผอมบางกำลังยิ้มให้ผมอย่างมีความสุขมากกว่าทุกครั้งที่เคยเห็น นานแค่ไหนแล้วนะที่ใบหน้าเรียวนี้มิได้มีรอยยิ้มแต่งแต้มอยู่เลยจวบจนกระทั่งผมส่งเขากลับไปยังโลกที่เขาพร่ำบอกเสมอว่าใช้ชีวิตของตนเองแลกมาเพื่อคนๆหนึ่ง "คนๆนี้แหละ คืออัล..น้องชายเพียงคนเดียวของฉัน.."
ผมมองเลยไปยังบุคคลซึ่งยืนอยู่ถัดไปด้านหลัง เขามีใบหน้าเรียวและเส้นผมสีทองสว่างคล้ายกับคุณเอ็ดเวิร์ดเป็นอย่างมาก แม้ชุดสีแดงเพลิงนั้นจะเต็มไปด้วยรอยขาดและยับย่นอันเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้ แต่ดูอย่างไรอายุของเขาก็ไม่น่าจะมากไปกว่า15ปี แต่แม้จะคล้ายคลึงกับคุณเอ็ดเวิร์ดมากสักเพียงไร บุคคลที่มีใบหน้าเหมือนกับเขาราวกับพิมพ์เดียวคงหนีไม่พ้นตัวผม อัลฟอนส์ ไฮเดริช ในโลกแห่งความเป็นจริง ที่เป็นเพียงโลกคู่ขนานสำหรับพวกเขา
"อัล..นี่คืออัลฟอนส์..คนที่ฉันเล่าให้ฟังไง.." มือบางผายมาทางผม
ผมยิ้ม..ยื่นมือออกไปทักทายตามประสาคนเพิ่งเคยพบหน้า คิ้วเรียวสีทองของน้องชายคุณเอ็ดเวิร์ดเลิกขึ้นเล็กน้อย ผมไม่แน่ใจว่านั่นคืออาการแปลกใจที่เห็นคนหน้าเหมือนตนเองของเขาหรือเปล่า
เขาเพียงแต่ก้มหน้าน้อยๆ ไม่ได้แสดงอาการอย่างอื่นแต่อย่างใด ไม่แม้แต่จะยื่นมือมาสัมผัส ทำให้ผมต้องชักมือกลับอย่างเสียมิได้
"ทำไมคุณถึงกลับมาล่ะครับ" ผมหันไปทางคุณเอ็ดเวิร์ดซึ่งสีหน้าดูลำบากใจเล็กน้อยกับท่าทีของน้องชาย "บ้านเป็นสิ่งที่คุณเฝ้ารอมาตลอดไม่ใช่หรือครับ.."
เปลือกตาบางปิดลงพร้อมกับใบหน้าสวยที่ฉายรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย "นั่นสิ..เพราะอะไรกันนะ.."
ดวงตาสีทองที่มองผมอยู่ในตอนนี้ดูสับสนเหมือนกับว่าตนเองก็ไม่เข้าใจเหตผลที่ซ่อนอยู่เท่าไรนัก
"อาจเป็นเพราะ.." เขาเอื้อมมือขึ้นมาปัดเส้นผมที่แสกข้างของผมเบาๆ "ฉันละทิ้งดวงตาสีฟ้าคู่นี้ไปไม่ได้..ละมั้ง.."
*
*
"จะดีหรือ..อัลฟอนส์.." คุณเอ็ดเวิร์ดกระชับหนังสือสองสามเล่มในอ้อมแขน ขณะที่เราเดินกลับจากมหาวิทยาลัย "ที่ให้ฉันกับอัลมารบกวนนายแบบนี้"
"คุณอย่าคิดมากเลยครับ.." ผมยิ้ม "เมื่อก่อน เราก็อยู่ด้วยกันอยู่แล้ว..อีกอย่างตอนนี้มีน้องชายคุณมาอยู่ด้วย ผมคิดว่าคุณคงจะมีความสุขมากขึ้นนะครับ.."
แค่ได้เห็นรอยยิ้มของคุณอีกครั้ง แบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ ผมก็มีความสุขมากแล้วล่ะครับ..
"แต่ว่าฉัน.." คำพูดเหล่านั้นเลือนหายไปเมื่อผมแตะนิ้วเรียวเข้าที่ริมฝีปากได้รูปนั้น
"อย่าพูดอีกเลยครับ.." ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาสีทองส่องประกาย "ถ้าหากว่าคุณยังเห็นผมเป็นสหายเก่าอยู่ล่ะก็..อย่าปฏิเสธเลยได้ไหมครับ.."
ขอให้ผมได้ทำเพื่อคุณต่อไป.. อย่างที่ผมได้เคยทำมาตลอด.. ขอแค่นี้คงไม่มากไปใช่ไหมครับ..
"ฉัน.." สีหน้าที่แสดงออกของคุณเอ็ดเวิร์ดเหมือนกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนริมฝีปากบางจะคลี่ยิ้ม "ขอบคุณนะ..."
ทันทีที่เราทั้งคู่เหยียบเข้าไปในบ้าน ใบหน้าแย้มยิ้มของคุณอัลก็ปรากฏมาแต่ไกล เขาแย่งหนังสือในมือของคุณเอ็ดเวิร์ดไปถือ พร้อมกับลากพี่ชายตนเองเข้าไปที่โต๊ะอาหารราวกับลืมไปว่ายังมีผมยืนอยู่ตรงนี้ ผมรู้สึกใจเสียเล็กน้อย แต่ก็คิดว่าบางทีเขาอาจจะดีใจมากจนลืมไป ก็เท่านั้น..
ผมวางแปลนเอกสารที่หอบมาเต็มสองมือไว้ที่ข้างประตูพลางเดินตามเข้าไป เมนูอาหารแปลกๆที่ผมไม่เคยเห็นถูกจัดวางไว้อย่างสวยงาม
อาหารเย็นซึ่งเคยเป็นหน้าที่ของผม...
"อ้อ..ผมลืมไปน่ะฮะคุณไฮเดริช"
คุณอัลคงสังเกตเห็นสีหน้าของผม เพราะไม่ว่าผมจะนับอย่างไร อุปกรณ์สำหรับทานอาหารก็มีเพียงแค่สองที่ มีเพียงแค่คนสองคนเท่านั้น
"ฉันไปหยิบให้เอง.." คุณเอ็ดเวิร์ดทำท่าจะลุกจากโต๊ะแต่ผมก็ชิงตัดบทเสียก่อน "ไม่เป็นไรครับคุณเอ็ดเวิร์ด เดี๋ยวผมจัดการเอง คุณทานไปก่อนได้เลยครับ.."
"นั่นสิฮะพี่ ผมหิวแล้วล่ะ" คุณอัลดันพี่ชายลงไปนั่งเหมือนเดิม "ของโปรดของพี่ทั้งนั้นเลยนะฮะ"
ดวงตาสีทองฉายแววไม่สบายใจหันมาทางผม ผมได้แต่ยิ้มน้อยๆและพยักหน้าให้ ก่อนปลีกตัวออกมาเพียงลำพัง
คุณอัลคงจะเคยชินกับการทำแบบนี้ให้กับพี่ชาย... เขาคงไม่ชินที่จะต้องทำอะไรสำหรับคนสามคน ผมเข้าใจดี คุณเองคงไม่ได้เจตนาที่จะมองข้ามหรอกใช่ไหมครับ..
.
.
"คุณเอ็ดเวิร์ดครับ..ตื่นได้แล้..." เสียงทุ้มของผมแห้งผากเมื่อสัมผัสเตียงที่ว่างเปล่า คุณเอ็ดเวิร์ดไม่อยู่.. ไม่อยู่อีกแล้ว...
"ถ้าพี่ล่ะก็.." เสียงกุกกักเบนความสนใจของผมให้หันกลับไปด้านหลัง คุณอัลยืนพิงอยู่ที่ขอบประตู "ผมเพิ่งปลุกไปเมื่อกี้..ตอนนี้พี่อยู่ในห้องน้ำฮะ"
เขายิ้มมาให้ผม ริมฝีปากที่กระตุกขึ้นนั้นสุดจะคาดเดาความหมายได้
"เอ่อ..ครับ.."
เช้านี้ก็เป็นอีกวันที่ผมเจอกับเตียงว่างเปล่าและเย็นเฉียบ สิ่งที่ผมได้เคยทำ ไม่ใช่เพียงแค่ปลุกคุณเอ็ดเวิร์ดทุกเช้าเท่านั้น แต่ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านที่ผมต้องทำเพื่อเขา บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยคุณอัลทั้งหมด
ในตอนนี้สำหรับคุณเอ็ดเวิร์ดแล้ว... ผมยังจำเป็นสำหรับเขาอยู่หรือเปล่านะ... ผมเฝ้าถามตนเองอยู่แบบนั้น..
ตัวตนของผมที่เหมือนกับน้องชายของเขา .. ดวงตาสีทองคู่นั้นจะมองเป็นแบบไหน... คุณจะเห็นว่าผมเป็นใครกัน..
"อัลฟอนส์..มาทำอะไรตรงนี้คนเดียว.."
เสียงหวานที่คุ้นเคยดึงผมกลับจากภวังค์ คุณเอ็ดเวิร์ดเท้าแขนเข้ากับระเบียง ดวงตาสีทองมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยหมู่ดาว "ขอฉันอยู่ด้วยคนได้ไหม.."
"ครับ.." ผมยิ้ม เวลานี้ผิวกายขาวและใบหน้านวลของคุณเอ็ดเวิร์ดสะท้อนกับแสงจันทร์จนสว่าง ถ้าผมไม่รู้จักเขามาก่อน ผมคงคิดว่าบุคคลตรงหน้านี้ไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นเทพธิดา..
"นายยังไม่ได้ตอบคำถามฉันเลย.." เขาหันมาทางผม ปัดเส้นผมสีทองที่ปรกหน้าตนเองออก "ว่ามาทำอะไรคนเดียว.."
"ผมก็แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะครับ.." ผมเงยหน้ามองพระจันทร์ที่กำลังสาดแสงให้มิวนิคกลายเป็นสีเหลืองนวล "คุณอย่าใส่ใจเลย.."
ถึงใจผมจะว้าวุ่นเพียงใด.. แต่ความสบายใจของคุณก็สำคัญที่สุดสำหรับผม..
ดังนั้น..อย่าใส่ใจกับมันเลยครับ..
"ไม่ใส่ใจได้ยังไงกัน.." ผมรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของศีรษะที่กดทับตรงหัวไหล่ "ฟังฉันนะอัลฟอนส์..."
"ถึงนายสองคนจะเหมือนกันยังไง.. แต่ยังไงนายก็คือนาย.. อัลก็คืออัล.."
เหมือนหัวใจที่เต้นอยู่นี้ถูกบีบ สิ่งที่คุณเอ็ดเวิร์ดพูดมาราวกับอ่านใจผมได้นั้น ช่างมีความหมายมากมายเหลือเกิน..
"นายสองคน ล้วนเป็นคนสำคัญสำหรับฉันทั้งคู่.." มือบางสอดผสานกับมือใหญ่ของผมก่อนบีบเบาๆ "ไม่ต้องคิดอะไรอีกแล้ว...นะอัลฟอนส์"
"..ครับ.."
หากร่างกายอันไร้ค่าและลมหายใจเข้าออกนี้ยังมีความหมายกับคุณอยู่.. แค่นี้ผมก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วล่ะครับ..
*
*
"มีธุระอะไรกับผมหรือครับ.." ผมกระชับแปลนเอกสารในอ้อมกอด ขณะเดินตามร่างเล็กของคุณอัลไปที่ข้างรั้วของมหาวิทยาลัย
"กฎการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม.." เขาเอ่ยคำพูดที่คุณเอ็ดเวิร์ดเคยพูดให้ผมฟังนับครั้งไม่ถ้วนออกมา "คุณคงเคยได้ยินจากพี่สินะ"
"ครับ..ก็เคย" ผมตอบ ริมฝีปากเรียวของเขากระตุกยิ้ม "แบบนี้ค่อยคุยกันง่ายหน่อย.."
"การที่ผมข้ามประตูบานนั้นมา..จำเป็นจะต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม.."
ดวงตาสีเปลือกไม้คู่นั้นราวกับมีความนัยอะไรแอบแฝง.. ซึ่งเป็นแววตาที่ผมไม่อาจคาดเดาได้ทุกครั้งที่จ้องมอง..
"ไม่ว่าอย่างไร...เงาก็คงไม่สามารถทดแทนตัวตนของคนๆหนึ่งได้.." เขาปัดเส้นผมสีทองที่ถูกลมพัดอย่างไม่ใส่ใจ "คุณก็คงเห็นด้วยใช่ไหมฮะ.."
"คุณพยายามจะบอกอะไรผมหรือครับ.."
สิ่งที่คุณต้องการจะพูด ความหมายของดวงตาคู่นั้น ช่วยบอกให้ผมเข้าใจหน่อยจะได้ไหมครับ..
"ผมจะพูดตรงๆล่ะนะ.." เขากอดอก น้ำเสียงเริ่มจริงจัง "ยังไงเราก็มีชีวิตอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้.."
"ผมไม่เข้าใจครับ.."
"หมายความว่า ไม่คุณก็ผม ใครคนใดคนหนึ่งจะต้องหายไปจากโลกนี้...ยังไงล่ะ"
ผมรู้สึกเหมือนที่ศีรษะถูกตีด้วยของแข็ง คำพูดทุกคำจากริมฝีปากนั้นเสียดแทง กรีดลึกเข้าไปทุกอณูของร่างกาย จนแทบจะทำให้หัวใจดวงนี้หยุดเต้นลงทันที
"และการที่ผมเป็นคนข้ามมาที่นี่.." เขาเดินเลยผมไป เหยียดริมฝีปาก "เพื่อการดำรงอยู่ของผม....คุณจึงต้องหายไป ..."
คุณจึงต้องหายไป.....
คุณจึงต้องหายไป.......
คุณจึงต้องหายไป..........
นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่เขาทิ้งไว้พร้อมกับร่างกายและจิตใจผมที่แทบแหลกสลาย เสียงที่ดังอยู่ภายในจิตใจก้องซ้ำไปซ้ำมาดั่งสายฟ้าที่พร้อมจะทำลายทุกสิ่งให้พังพินาศ..
สิ่งที่คุณอัลได้ทำมาทั้งหมด ในที่สุดผมก็เข้าใจ...
ไม่ว่าอย่างไร การดำรงอยู่ของผมก็เป็นได้เพียงแค่สิ่งที่เขาอยากจะกำจัดทิ้ง..
เมื่อมีเขาก็ต้องไม่มีผม...
เมื่อมีผม..ก็ต้องไม่มีเขา...
พระเจ้าครับ..ทุกสิ่งได้ถูกกำหนดมาให้เป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกจริงๆน่ะหรือ....
ผ่านไปหลายวัน....แม้จะคิดถึงใบหน้านวลใสนั้นมากสักเพียงไร แต่ผม..ไม่แม้แต่จะมองหน้าคุณเอ็ดเวิร์ดอีกเลย ทั้งที่ดวงตาสีฟ้าคู่นี้โหยหาที่จะได้จ้องมองเจ้าของเรือนร่างเล็กนั้นอยู่ตลอดเวลา
'เพื่อการดำรงอยู่ของผม..คุณจึงต้องหายไป..'
คำพูดอันบาดลึกที่แม้ไม่อยากนึกถึง แต่มันก็ดังก้องอยู่ในหัวสมองจนผมไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาตื่น ความกลัวที่แผ่ขยายไปทั่วเรือนร่างยิ่งตอกย้ำให้หัวใจที่ปวดร้าวนี้ได้เจียมเอาไว้ว่า
คนอย่างนาย...มันก็เป็นได้แค่เงา...
แค่เงาที่ไม่มีตัวตน...
แค่เงา..
แค่เงา!!
*
*
"อัลฟอนส์ จะไปไหน มาคุยกันให้รู้เรื่องนะ!!"
วงแขนเรียวเล็กแม้จะไร้ซึ่งเรี่ยวแรง แต่ก็เหนี่ยวรั้งให้ผมหยุดอยู่กับที่ได้อย่างน่าประหลาด คุณเอ็ดเวิร์ดบีบแขนทั้งสองข้างเพื่อให้เราประจันหน้ากัน แต่ดวงตาสีฟ้าอันหม่นหมองคู่นี้ มิอาจจ้องมองดวงตาสีทองวาวโรจน์คู่นั้นได้เลย
"มองหน้าฉันสิอัลฟอนส์!!" คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น "ทำไมนายต้องหลบหน้าฉันด้วย.."
ไม่มีคำพูดใดหลุดรอดจากริมฝีปาก ผมได้แต่ยืนนิ่ง จ้องมองดวงตาสีทองอย่างเจ็บปวดท่ามกลางความเงียบงัน
"อัลฟอนส์..?" น้ำเสียงอันแข็งกร้าวจางหายไป "เป็นอะไรบอกฉันสิ..ฉันเป็นห่วงนายนะ.."
มือเล็กบีบต้นแขนผมเบาๆราวกับจะส่งผ่านความห่วงใยมาถึงร่างกายนี้ "คุณเอ็ดเวิร์ดครับ.."
"ถ้าสักวันหนึ่งผมหายไป....คุณจะรู้สึกอะไรไหมครับ..."
หัวใจอันชอกช้ำเต้นช้าราวกับจะหยุดการเคลื่อนไหว ดวงตาสีทองอันหม่นหมองที่จ้องมองมาดูโศกเศร้าไม่ต่างอะไรเลยกับดวงตาสีฟ้านี้
แต่ความอบอุ่นจากวงแขนเรียวเล็กที่โอบรอบแผ่นหลัง กลับทำให้ความทุกข์ใจที่กำลังถาโถมหายไปได้อย่างน่าประหลาด
"อย่าพูดเรื่องน่าเศร้าแบบนั้นสิ.." ผมรู้สึกได้ว่าน้ำเสียงคุณเอ็ดเวิร์ดสั่นเครือ "นายจะไม่หายไปไหนหรอก...นะอัลฟอนส์.."
ใบหน้าที่เริ่มปนเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาของผมฟุบลงที่แผ่นอกบางราวกับหาที่ยึดเหนี่ยว "...คุณเอ็ดเวิร์ดครับ.."
ลมหายใจร้อนผ่าวจากดวงหน้าเล็กเคลื่อนผ่านพวงแก้มลงมาจรดริมฝีปาก จุมพิตอันหอมหวานที่ร่างเล็กหยิบยื่นให้ผม..ช่างอบอุ่นปลอดภัยราวกับจะช่วยสมานบาดแผลในใจและหยาดน้ำตาให้เหือดแห้ง
"ฉันรักนาย...อัลฟอนส์..."
"คุณเอ็..."
"....."
"...."
ห้วงเสียงสะอึ้นค่อยๆจางหายไปพร้อมกับริมฝีปากบางที่ทาบทับลงมา..
พระผู้เป็นเจ้าครับ... ถ้าหากวันหนึ่งท่านต้องการพรากชีวิตของผมไปจริงๆแล้วล่ะก็... ได้โปรดหยุดเวลานี้เอาไว้แม้เพียงน้อยนิด.... เพื่อให้ผมได้จดจำและเก็บรักษาภาพใบหน้าและแว่วเสียงที่พร่ำเรียกชื่อผมอย่างรักใคร่นี้....เอาไว้ตลอดไปด้วยเถิด....
*
*
"ไงฮะ..." เสียงอันคุ้นเคยของผู้ที่ตอกย้ำความเจ็บปวดให้กับผมดังขึ้นทันทีที่ก้าวออกมาจากห้องนอน ร่างของคุณอัลกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนโซฟาใหญ่ "ทำให้พี่ร้องครวญครางเสียงดังเชียวนะฮะ"
"กรุณาให้เกียรติพี่ของคุณด้วยครับ!!" ผมโพล่งออกไป กดเล็บคมลงบนฝ่ามือจนเส้นเลือดปูดโปน
"คิดว่าทำแบบนั้นแล้ว...." ริมฝีปากบางเหยียดยิ้ม "คุณยังจะมีตัวตนอยู่ในชีวิตพี่ได้อย่างนั้นเหรอ..."
"ผมจะไม่มีวันหายไปจากชีวิตของคุณเอ็ดเวิร์ดเด็ดขาด!!" ผมจ้องดวงตาสีเปลือกไม้นั้นตอบอย่างไม่สบอารมณ์ "มีอะไรน่าขำนักหรือไงครับ.."
"ก็คุณน่ะ..อย่าพูดอะไรงี่เง่าแบบนั้นสิ" เขาลุกขึ้นจากโซฟา เดินตรงมาที่ผม "ยังไงซะคุณก็ต้องหายไปอยู่ดี.."
"มันต้องมีสิ!" ผมกำมือแน่น "วิธีที่ผมจะยังอยู่ที่นี่ได้..ต้องมีแน่ครับ.."
"วิธีน่ะ..มีแน่.." ดวงตาสีเปลือกไม้จ้องมองผมอย่างอวดดี "แต่คุณคงไม่กล้าทำมั้ง.."
โทสะที่พุ่งขึ้นสูงจนแทบปะทุ กระตุ้นให้ผมกดเล็บลงบนฝ่ามือจนเลือดซึม ผมจ้องมองดวงตาคู่นั้นกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน
"งั้นหรือครับ..แล้ววิธีที่ว่านั่น.."
"วิธีเดียวที่จะทำให้คุณยังมีตัวตนอยู่บนโลกนี้ได้..."
"คือฆ่า 'ผม' ยังไงล่ะ..."
ดั่งสายฟ้าฟาดลงตรงกลางใจเมื่อคำพูดนั้นสิ้นสุดลง โลกทั้งโลกรอบตัวผมหยุดนิ่งราวกับชีวิตได้สิ้นสูญ..
ฆ่างั้นหรือ.. จะให้ผมฆ่าน้องชายคนเดียวของคุณเอ็ดเวิร์ด...
มันจะเป็นไปได้อย่างไร..
คุณเอ็ดเวิร์ดเฝ้ารอที่จะได้พบกับน้องชายคนนี้มานานแค่ไหน ผมเข้าใจดี...
คุณเอ็ดเวิร์ดรักคุณอัลมากขนาดไหน ผมรู้ดี!!
"อย่างคุณน่ะไม่กล้าทำหรอก..."
ผมรู้สึกได้ถึงแรงตบที่หัวไหล่ ก่อนร่างเล็กนั้นจะเดินเลยเข้าไปในห้องนอนเพื่อปลุกพี่ชาย.. เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขที่หลุดลอดออกมาทำให้ผมเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริง..
ตัวตนของผมแท้จริงแล้ว... อยู่คนละโลกกับพวกคุณ... เป็นแบบนั้นจริงๆสินะครับ..
ถ้าหากผมฆ่าคุณอัล คุณเอ็ดเวิร์ดก็จะต้องเสียใจ...
หรือถ้าหากผมตาย คุณเอ็ดเวิร์ดก็จะต้องเสียใจเหมือนกัน..
แต่สิ่งเดียวที่ผมจะขอทำเพื่อคุณ... อาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมทำได้ในตอนนี้...
นั่นคือผมจะปล่อยให้คุณได้มีชีวิตอยู่กับน้องชายที่คุณรัก.. มากกว่าจะมาจมปลักอยู่กับคนอย่างผม...
ถึงแม้ว่าในวันนี้จะยังไม่หายไป...
แต่สักวัน...
โรคร้ายที่ผมต่อสู้มาก็ต้องพรากชีวิตผมไปจากคุณอยู่ดี...
ดังนั้น..
ลืมผมเสียเถอะครับ....
*
*
"..นายจะทำอะไร..?"
การเคลื่อนไหวทั้งปวงของผมหยุดนิ่งลงชั่วครู่ ผมแกล้งทำเป็นเมินเสียงของร่างเล็กที่เข้ามาในห้อง พลางเก็บของลงกระเป๋าเดินทางต่ออย่างไม่ใส่ใจ
"อัลฟอนส์..นายจะไปไหน?" ผมรู้สึกได้ถึงวงแขนเรียวที่กอดต้นแขนแกร่งไว้ทันทีที่ผมปิดกระเป๋าลง
"ผมจะไปจากที่นี่ครับ.."
ดวงตาสีทองคู่นั้นเบิกโพลงอย่างงุนงง "ค..แค่สองสามอาทิตย์ใช่ไหม.." น้ำเสียงเล็กนั้นเริ่มสั่นเครือ "แล้วนายก็จะกลับมา.."
ผมหลับตา พยายามสะกัดกั้นอารมณ์และสีหน้าอันโศกเศร้าของตนเองอย่างสุดความสามารถ
"ไม่ครับ..." ผมบีบมือของคุณเอ็ดเวิร์ดเบาๆ "ผมจะไม่อยู่ที่นี่อีกแล้ว...ทั้งจากนี้.......และตลอดไป...."
"อัลฟอนส์..นายโกหกใช่ไหม.." หยาดน้ำตาใสเริ่มเอ่อท้นดวงตาสีทองจนฉ่ำชุ่ม
"อยู่กับคุณมันทำให้ผมลำบากน่ะครับ..." ผมกัดฟัน พยายามไม่มองใบหน้าเปื้อนน้ำตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดนั่น.. "ผมเหนื่อยเต็มทนแล้วกับการต้องคอยดูแลทั้งคุณและน้องชาย.."
ได้โปรดเถิดครับ... ปล่อยผมไป..
นี่เป็นสิ่งสุดท้ายแล้วที่ผมจะทำเพื่อคุณได้..
"แล้วเรื่องของเราล่ะอัลฟอนส์!!" เสียงสะอื้นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นร่ำไห้
ผมส่ายหน้าช้าๆ พลางแกะมือบางนั้นออกจากเสื้อสูทสีน้ำตาลอ่อน "รู้เอาไว้อย่างนะครับ..คุณเอ็ดเวิร์ด"
"ตลอดเวลาที่ผ่านมา..คุณเป็นได้แค่ที่รองรับอารมณ์ของผมเท่านั้น.."
"ผมไม่เคยรักคุณ!!!!"
ภาพร่างกายอันไร้เรี่ยวแรงที่ทรุดลงกับพื้นเย็นเฉียบพร้อมใบหน้าแดงก่ำที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาคือสิ่งสุดท้ายที่ผมเห็นก่อนที่มือนี้จะกระแทกประตูดังปัง
ผมรู้สึกเหมือนหัวใจตนเองกำลังจะหยุดเต้นลงเสียเดี๋ยวนี้ การโกหกช่างเป็นสิ่งที่ทรมานและโหดร้ายเหลือเกิน..
คุณเอ็ดเวิร์ดครับ....เมื่อไม่มีผมแล้ว......
หยาดน้ำตาของคุณในวันนี้... อีกไม่นานนักหรอกครับ...มันจะเหือดแห้งไปเอง...
"ไม่นะอัลฟอนส์..ฮือๆ" เสียงร่ำไห้ที่แม้จะแห้งผากแต่ก็ยังพร่างพรูออกมาอย่างไม่ขาดสาย "นายโกหกใช่ไหม..อีกไม่นานนายก็จะกลับมา..."
หัวใจดวงนี้ ได้โปรดแตกสลายไปเสียเลยสิ... ถ้าหากมันช่วยทำให้หายทรมานได้..
"กลับมาสิอัลฟอนส์...อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว..."
ร่างกายอันไร้ซึ่งความจีรังนี้ ได้โปรดสูญสลายไปสิ ถ้าหากมันช่วยทำให้เขาคนนั้นกลับมา..
"พี่ครับอย่าร้องไห้.." วงแขนเรียวของอัลฟอนส์เอลริคโอบอุ้มร่างที่นอนหมดเรี่ยวแรงอยู่ที่ประตูขึ้นมาช้าๆ "ไม่ว่ายังไง..ผมก็รักพี่นะครับ.." แม้คำกล่าวจะฟังดูสวยหรูสักเพียงใด แต่ริมฝีปากบางนั้นกลับเหยียดยิ้มอย่างสะใจราวกับพึงพอใจในสิ่งที่เกิดขึ้น..
คุณทำถูกแล้วล่ะ.. คุณไฮเดริช..
*
*
ดวงตาสีฟ้าอันเลื่อนลอยยังคงมองออกไปไกลลับตาผ่านดาดฟ้าอันสูงชัน ผมไม่รู้เหมือนกันว่าภาพพระอาทิตย์สีส้มเบื้องหน้าพร่ามัวเพราะหยาดน้ำตาที่กำลังพร่างพรูอยู่นี้หรือเปล่า
สิ่งที่ผมได้ทำในวันนี้ เป็นสิ่งที่ควรจะทำที่สุดแล้ว..ผมเข้าใจถูกใช่ไหม..
ถึงอย่างไรร่างกายนี้ก็ต้องจากไป.. ไม่มีทางที่ผมจะสามารถยื้อมันไว้ได้นานกว่านี้..
ถึงแม้คุณอัลจะไม่ก้าวผ่านมา..แต่สักวันหนึ่งผมก็ต้องตายด้วยลูคีเมีย..
สู้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างได้จบลงตรงนี้เสียยังจะดีกว่า...
"พระผู้เป็นเจ้าครับ.." เสียงอันสั่นเครือได้เริ่มสวดภาวณา "ได้โปรดดูแลคุณเอ็ดเวิร์ด บุคคลที่ผมรักที่สุดในชีวิต... ได้โปรดทำให้เขาลืมผม.." หยาดน้ำตาเริ่มไหลรินสู้เบื้องล่างอีกครั้ง
"ได้โปรดลบภาพผมไปจากใจเขา.."
หากเทียนชีวิตของผมจะต้องดับลง...
ก็ขอให้ผมได้หายสาบสูญไป..เมื่อแสงอาทิตย์ในวันแห่งความเศร้านี้ได้ลาลับขอบฟ้าไปแล้วด้วยเถิด..
"ลาก่อนโลกที่สวยงาม....ลาก่อนคนที่ผมรัก..."
ลาก่อนครับ..
คุณเอ็ดเวิร์ด....
The End...
Autumn in my heart Track#9
*
*
อ๊ากกกกกกกกกกกก อ่านจบแล้วอย่าฆ่าหนูนะคะ >< จะบอกว่าคนแต่งก็จะตายเหมือนกัน เขียนไปน้ำตาร่วงไป ฮือๆๆ ไม่เคยเขียนฟิกแนวนี้ที่เป็นคู่นี้เลย ไม่ถนัดน่ะอ๊ากกกก โฮฮฮฮ เอาแนวหวานเลี่ยนของฉันคืนมา T[]T
Special Thanks
Zanael *สุดที่รักที่คอยช่วยสำหรับความมาโซวนะเคอะ ถ้าไม่ได้ที่รักเราคงทำไม่ได้หรอกฟิกอันนี้ จุ๊บๆๆ*
Tsukasa *ที่รีเควสฟิกแนวนี้ ทำให้เราได้ท้าทายความสามารถ 555 ขอบคุณมากค่า แล้วก็หวังว่าคงจะถูกใจกับของขวัญชิ้นนี้น๊า ><*
All Readers *ขอบคุณที่อ่านและคอมเม้นต์ค่ะ^^*
*EDIT!!!* อ๊ากกกกกกก เพิ่งสังเกตว่า เอ็นทรี่ย์ฟิก There's something about Medicine หายไป เหมือนคราว Lullabyเลย!! อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกสครีมมมมมมมมมมมม ตอนที่เอ็กทีนลงนรกรอบสองแหงๆไม่นะเว้ยยยยย!!!! ทำคอมเมนต์เกือบ100คอมเม้นต์ตูหายไปสองรอบแล้วนะเว้ยยยยยยย ฮื๊อออออ!!!!!!! ไอ้บ้า!!!!!!!!! ร้องไห้ครั้งเดียวไม่พอใช่มั้ย!!!!! ฮื๊อออออออ จะเป็นแบบนี้อีกนานแค่ไหนวะแม่งงงงงงงงง เฟลเว้ยยยยยยยยย แล้วอย่างนี้จะส่งของขวัญให้คนที่มาทำตามกติกาได้ยังไง
ไอ้เวร ไอ้เว๊รรรรรรรรร!!!!!!!!!!!!!
ใครก็ได้ฆ่าชั้นที T-T
edit @ 2006/01/11 15:58:33

กระชากอารมณ์มากๆค่ะ นี่เป็นแนวไม่ถนัดหรือค่ะ แต่ก็ยังเก่งอยู่ดี ชอบๆๆๆ
รู้สึกเห็นด้วยกะความเห็นที่ว่าให้คุณชายปล้ำหนูอัลซะเลยจะได้ดองกัน55
จริงๆเอ็ดในฐานะคนกลางน่าจะหาวิธีประนีประนอมนะ
) ฮือ
เราก็อุตสาห์ตามหาที่คอมเม้นฟิคmedicien หายหรือค่ะ งั้นขอคอมตรงนี้น่ะๆๆๆ




ถูกใจ น้องโฉดได้ใจมาก อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก
ปล. -3-...บอกแล้วให้ตัดปัญหา ให้คุณชายปล้ำน้องไปเลย กร๊ากกก -3- ผิดคู่ล่ะ หึๆๆๆๆๆ
#1 By อัสต้า on 2006-01-10 20:41