[FMA fic] Wintergreen *Heide x Ed*
posted on 25 Dec 2005 11:10 by rikusama in FMA, MyFicเนื่องจากท่านริคุหนีไปเที่ยวหาคุณชายที่มิวนิค เลยไม่สามารถมาอัพบล็อกได้ จึงฝากให้เราอัพแทน^^(ซานาเองเค่อะ><)
Title :: "Wintergreen"
Paring :: Heide x Ed
Rating :: PG-13 (มั้ง="=)
Story :: Riku + Zanael
Written by :: Riku
Fanartby :: Zanael >3<!!(กร้ากกก ยังไม่ได้วาด ไว้วาดเสร็จแล้วจะเอามาใส่ทีหลัง><)
Noted :: ฟิกคุณชายถั่วฉลองคริสมาสต์ค่า
Summary :: ฟิกเรื่องนี้ถือกำเนิดมาจากตอนเล่นเอ็มกะซานาอีกแล้ว แต่คราวนี้บ้ากว่าเดิม กร๊ากก เพราะเราสวมวิญญาณถั่วด้วยตัวเองเลย ส่วนซานาก็สวมวิญญาณคุณชาย มันเลยออกมาเป็นเยี่ยงนี้แหละ -_-" (อ้อมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ปกติเวลาคุณชายเรียกชื่อถั่วเราจะใช้ว่า "คุณเอ็ดเวิร์ด" แต่คราวนี้ขอเปลี่ยนเป็น "เอ็ดเวิร์ดซัง" เพื่อให้ดูเหมาะกับซานานะคะ อุอุ)
"..." คำพูด
//...// ความคิด
*Wintergreen*
แสงสะท้อนจากมู่ลี่หลากสีสรรค์ส่องประกายกระทบกับหลอดไฟสีทองที่พันล้อมรอบต้นสนขนาดยักษ์ แทบจะหยุดสายตาทุกคู่ที่จับจ้องและเดินผ่านไปมาท่ามกลางสวนสาธารณะกลางเมืองมิวนิค รวมทั้งเด็กหนุ่มหน้าตาดีสองคนซึ่งอดไม่ได้ที่จะหยุดมองสัญลักษณ์แห่งเทศกาลคริสมาสต์ด้วยความตื่นตาตื่นใจ
"สวยจัง.." เจ้าของเรือนร่างบางเล็กและใบหน้านวลใสเอามือบังแสงแดดที่แยงดวงตาสีทองขณะเงยหน้ามองต้นสนที่ใหญ่กว่าตนเองเกือบ3เท่า ตั้งแต่ต้องจากโลกแห่งการแปรธาตมา เอ็ดเวิร์ด เอลริคแทบจะไม่ได้สัมผัสความสวยงามอะไรแบบนี้เลย อนึ่งคงเป็นเพราะเขาเอาแต่ง่วนอยู่กับการค้นคว้าวิจัยจรวดร่วมกับเด็กหนุ่มที่ได้เจอกันด้วยโชคชะตาเมื่อครั้งไปหาข้อมูลที่โรมาเนีย จนไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแม้แต่การร่วมเทศกาลต่างๆในโลกคู่ขนานนี้
"คุณชอบเหรอครับ.." เด็กหนุ่มเจ้าของดวงตาสีฟ้าอ่อนโยน อัลฟอนส์ ไฮเดริช ถามอย่างเอ็นดู ใบหน้ายิ้มแย้มดูมีความสุขของคนข้างๆทำให้เขาอดยิ้มไม่ได้
"ชอบสิ.." วงแขนเรียวเล็กกระชับถุงกระดาษสีน้ำตาลที่เต็มไปด้วยขนมหวานจากร้านดันเต้ซัง "ตั้งแต่ฉันจากบ้านมา นานแล้วที่ไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้"
ดวงตาสีทองดูสลดลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงถิ่นฐานบ้านเกิด สถานที่ซึ่งเขาเติบโตมา สถานที่ซึ่งทำให้เขาเข้มแข็งไม่ย้อท้อต่ออุปสรรค สถานที่ที่มี 'อัล'
"เอ๊ะ?.." เอ็ดเวิร์ดหันไปมองคนตัวสูงกว่าที่กำลังดึงถุงขนมในมือเขาไปถือให้พร้อมมองเขากลับด้วยรอยยิ้ม
"ท่าทางจะหนักนะครับ.." อัลฟอนส์เงยหน้ามองต้นคริสมาสต์สูงใหญ่ที่ตั้งตระหง่าน "ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ.."
"..?"
"ผมจะทำทุกอย่าง เพื่อให้ฝันคุณเป็นจริง.." เด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่ายิ้ม "คุณจะต้องได้กลับบ้านแน่นอนครับ เอ็ดเวิร์ดซัง"
"ฉัน..." มือเล็กกุมเสื้อโค๊ทที่หน้าอก หัวใจที่กำลังเต้นแรงอยู่ตอนนี้ทำให้เขาไม่อาจแน่ใจได้เลยว่า ในส่วนลึกของจิตใจแล้วตนเองยังอยากจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอยู่ที่อเมทริสหรือเปล่า หรือว่าแท้จริงแล้วเขาถูกกำหนดให้มีชีวิตอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก ในที่ๆตอนนี้ข้างกายเขามีคนที่ไม่คิดอยากจะห่างไปไหนอยู่เคียงข้างแล้ว..
"ครับ..?"
"ไม่มีอะไรหรอก" คนตัวเล็กส่ายหน้า "เรากลับบ้านกันเถอะ"
*
*
เนื้ออบเย็นชืดที่ลดลงไปเพียงครึ่งเดียวเนื่องจากคนทานเอาแต่ใช้ส้อมเขี่ยจาน ทำให้ร่างที่มองอยู่รู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่อยากอาหารเท่าไหร่
"ไม่อร่อยเหรอครับ.."
"อัลฟอนส์.." ร่างบางวางส้อมที่กำลังเขี่ยผักเล่น "ฉัน.."
เด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่ารวบส้อมไว้ข้างจานพลางเงยหน้ามองใบหน้าที่ดูเหมือนมีอะไรค้างคาใจของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม "ครับ..?"
"เรื่องจรวดน่ะฉัน.." มือเล็กกำแน่นอยู่ที่หน้าตัก เหมือนพยายามกดความรู้สึกที่อยากจะปะทุออกมาจากภายใน เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ รู้แต่เพียงว่าเขาอยากจะให้คนตรงหน้าหยุดทำการวิจัยเรื่องจรวดนี่เสีย เขากลัวกลัวว่าสักวันนึงจะต้องจากที่นี่ไป กลัวว่าสักวันหนึ่งจะต้องจากคนๆนี้ไปหรือเปล่านะ
"ผมรู้ว่าคุณอยากกลับไปที่โลกโน้นครับ.." อัลฟอนส์เอ่ยน้ำเสียงเศร้า "แต่อย่างน้อยตอนนี้...ทานอาหารที่ผมทำให้เสียหน่อยเถอะครับ ผมสัญญาว่าจะสร้างจรวดให้คุณให้เร็วที่สุด.."
"อัลฟอนส์.." ร่างบางกำมือแน่นกว่าเดิม "นายอย่าทำมาเป็นล่วงรู้ความคิดของฉันจะได้มั้ย"
อย่าเอาแต่พูดได้มั้ยว่าจะส่งฉันกลับไป อย่าเอาแต่แสดงออกได้มั้ยว่านายไม่อยากให้ฉันอยู่ที่นี่ อย่าเอาแต่ทำเหมือนฉันไม่มีค่า หยุดเสียทีได้มั้ย!!
"เอ็ดเวิร์ดซัง.." ร่างสูงโปร่งชะงักงันกับคำพูดที่ดูเรียบแต่เย็นชาของร่างตรงหน้า เขาไม่เข้าใจว่าตนเองทำอะไรผิด สีหน้าของร่างบางถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนั้น "คุณไม่อยากกลับไปเหรอครับ..ทั้งที่ผมพยายาม.."
"อยากสิ!!" น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะโพล่งออกมาราวกับถูกจี้จุด "อยากมากด้วย ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย!! รีบทำจรวดให้เสร็จไวๆพรุ่งนี้ได้เลยยิ่งดี!!"
ร่างสูงก้มหน้า นอกจากไม่เข้าใจแล้วเขายังรู้สึกเหมือนกันว่าถูกอีกฝ่ายตีด้วยของแข็งแสนหนักอึ้ง ของแข็งที่เรียกว่าคำพูด ของแข็งที่ถ้ามันเป็นรูปธรรมคงทำให้ร่างกายเขาแหลกสลายเหมือนสิ่งที่กำลังเต้นอยู่ที่อกข้างซ้ายนี่แล้ว
"ที่นี่มันไม่น่าอยู่สินะครับ.." ฟันที่ขบกันแน่นแสดงให้เห็นถึงการระงับโทสะอย่างยิ่งยวดของผู้ที่จิตใจถูกกรีดแทงด้วยมีดปลายแหลม "อย่าห่วงไปเลยครับ...ผมจะทำให้คุณได้ไปจากที่นี่อย่างที่ใจคุณต้องการ ไม่นานนักหรอกครับ"
"....อัลฟอนส์..." ร่างเล็กอึ้ง รู้สึกเหมือนใจหล่นกระแทกพื้นจนชาไปทั้งร่าง เขาเพียงแต่น้อยใจจึงได้โพล่งออกไปแบบนั้น ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายถึงขนาดนี้ "ขอโทษ...ฉัน...ไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น"
"........"
เด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่าลุกขึ้นหันหลัง เวลานี้เขาไม่อยากจะได้ยินอะไรอีกแล้ว "มีอย่างหนึ่ง...คุณไม่ต้องกังวลว่าจะได้เห็นหน้าผมอีกแล้วล่ะครับ.."
"เพราะว่าผมจะไม่อยู่เป็นภาระของคุณอีกต่อไป.."
"ไม่นะ!!" เอ็ดเวิร์ดไม่รู้ว่าขาตนเองขยับเมื่อไหร่ รู้แต่ว่าเมื่อเงยหน้าขึ้น ใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของเขาก็ฝังอยู่ที่แผ่นหลังแกร่งของคนที่บอกว่าจะจากไป "อย่าไป...."
"ปล่อยเถอะครับ.." ร่างสูงยืนนิ่ง ตอบเสียงเรียบ "ผมไม่อยากอยู่ให้รกสายตาคุณ.."
เหมือนหัวใจดวงน้อยถูกเหยียบซ้ำ วงแขนเล็กที่โอบกอดคลายลงราวกับหมดความรู้สึก "นายจะไปจริงๆงั้นหรือ..." เขาพยายามกลั้นไม่ให้เสียงที่สั่นเครืออยู่แล้วดูแย่มากขึ้น "ฉันมันไม่มีความหมายกับนายแล้วสินะ"
"ผมคิดว่ายังไงคุณก็คงไม่ต้องการผม.." ร่างสูงกำมือแน่นจนเส้นเลือดเริ่มจะนูนขึ้นมา ปลายเล็บกดลงตรงฝ่ามือจนเป็นร้อยช้ำ "ก็ผมน่ะ เป็นได้แค่ตัวแทน.."
"..ผมเป็นได้แค่ภาพเหมือนของน้องชายคุณเท่านั้น.."
"อย่ามาตัดสินใจแทนฉันนะ!!~" ร่างบางตะโกน หยาดน้ำตาที่เอ่อท้นอยู่ที่ขอบตาทะลักออกมาอย่างมิอาจอดกลั้น "อย่าพูดเหมือนรู้ดีกว่าฉัน......อย่าพูดเหมือนนายเข้าใจทุกอย่างทั้งที่นายไม่ได้เข้าใจอะไรเลย!!!!!"
อัลฟอนส์ได้ยินเสียงประตูห้องปิดดังสนั่น ซึ่งคงเป็นใครไม่ได้นอกจากคนที่ทำให้แผ่นหลังเขาเปียกด้วยคราบน้ำตา "ถ้าผมเข้าใจคุณ..."
"ผมคงไม่ต้องมานั่งลำบากใจแบบนี้หรอกครับ.."
*
*
"อัลฟอนส์ เจ้าบ้า!!"
หยาดน้ำตาที่พร่างพรูออกมาจากดวงตาสีทองยังคงไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ห้วงเสียงสะอื้นยังคงดังจนฟังไม่ได้ศัพท์ สองมือบางกำหมอนใบใหญ่อย่างแรงจนไม่กลัวว่าจะทำให้นุ่นทะลักออกมา เขาแทบอยากจะฉีกมันเป็นชิ้นๆถ้าหากมันช่วยทำให้จิตใจที่กำลังทรมานอยู่นี้คลายความปวดร้าวลงได้
"แค่นี้ก็ดูไม่ออกหรือไง!! ฮือๆ ดูไม่ออกจริงๆเหรอว่าฉันคิดยังไงกับนาย!!"
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่กว่าน้ำตาที่หลั่งไหลจะเริ่มเหือดแห้ง เอ็ดเวิร์ดยันกายขึ้นมาจากเตียงด้วยความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ มือเล็กยกขึ้นปาดคราบน้ำตาลวกๆ
//...นี่เราร้องไห้จนหลับไปเลยหรือไงนะ..// หัวสมองที่ว่างเปล่าเริ่มทำการประมวลเหตการณ์ที่เกิดขึ้น บางทีคนที่ผิดคงเป็นเขาจริงๆ ที่ผ่านมาเขามักจะทำตัวงี่เง่ากับอัลฟอนส์อยู่เสมอ แม้จะทะเลาะกันบ้างแต่ก็ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายเย็นชาถึงเพียงนี้ หรือว่าเยื่อบางๆที่อีกฝ่ายพยายามอดกลั้นเอาไว้มันได้ขาดผึงลงแล้ว
ร่างบางพาท่อนขาแข็งทื่อออกมาจากห้องด้วยความยากลำบาก สองมือบางกระชับเสื้อกั๊กสีน้ำตาลเข้มเพื่อผ่อนคลายความหนาว ภาพห้องรับแขกเบื้องหน้าที่ไม่มีใครทำให้จิตใจที่โดดเดี่ยวแทบจะแตกสลายอีกรอบ
"อัลฟอนส์......" หยาดน้ำตารินไหลออกมาอีกครั้งอย่างไม่อาจหักห้ามใจ เอ็ดเวิร์ดเอามือแตะกระจก รำพึงรำพันอยู่เพียงลำพัง จนความเย็นเฉียบจากเนื้อกระจกใสถ่ายเทเข้ามาจนนิ้วบางแดงช้ำ "ที่ผ่านมาฉันคงผิดจริงๆที่คอยแต่จะทำให้นายเสียใจ.."
ร่างบางกำมือ ก้มหน้าปล่อยให้หยาดน้ำตาร่วงหล่นลงพื้น "อยู่ที่นี่คงมีแต่รบกวนนาย...ถ้าฉันไปซะได้นายคงจะมีความสุข..."
สองขาอันไร้เรี่ยวแรงพาสติที่ล่องลอยของคนที่หัวใจเจ็บช้ำไปยังประตูบานใหญ่ ประตูที่ถ้าก้าวออกไปเมื่อไหร่ คงไม่มีโอกาสได้กลับมาเห็นรอยยิ้มของคนที่สำคัญสำหรับเขาอีกแล้ว..
ทันทีที่ประตูเปิดออก คนตัวเล็กก็ถึงกับสะดุ้งพูดอะไรไม่ออก เมื่อตอนที่เขาดึงประตูเป็นจังหวะเดียวกับที่คนที่เขาคิดว่าออกไปแล้วกำลังดันประตูเปิดเข้ามา
".........."
"ฉันขอโทษ!!..." สิ้นเสียงนั้น ร่างบางก็พาตัวเองวิ่งสวนคนตัวสูงกว่าออกมาอย่างไม่คิดชีวิต เขาไม่รู้ว่าจะทนได้แค่ไหนกับสายตาเย็นชาที่เสียดแทงใจไปทุกทุกอณูคู่นั้น เขากลัวว่าถ้าได้เห็นมันอีกครั้งเขาจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้
"เอ็ดเวิร์ดซัง..." เด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่าหันตามไป รู้สึกเจ็บในอกมากกว่าเดิมเมื่อเห็นสีหน้าที่สุดจะปวดร้าวของคนที่เขายอมรับได้อย่างเต็มปากว่ารักสุดหัวใจ
*
*
สองข้างทางที่มืดสนิทไร้ผู้คน เจือปนกับอากาศหนาวเย็นที่พร้อมจะกรีดแทงร่างกายให้ทะลุไปถึงภายใน ทำให้เชื่อได้ยากยิ่งว่าจะมีใครบ้าพอที่จะออกมาเดินคนเดียวได้ในเวลาแบบนี้ แต่คงไม่ใช่คนอย่างเขา คนอย่างเอ็ดเวิร์ดผู้แข็งแกร่ง ผู้ที่ความเข้มแข็งถูกทำลายย่อยยับด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ
ร่างเล็กยกมือขาวซีดขึ้นมาเป่า เขาไม่มีสติพอจะหยิบเสื้อโค๊ตที่วางไว้ที่ปลายเตียงออกมาด้วย สองแขนจึงได้แต่กอดตนเองอยู่แบบนั้น..
.....หนาวเหลือเกิน... หนาวจนจะไม่มีความรู้สึกอะไรหลงเหลืออยู่อีกแล้ว....
"เวลาแบบนี้ถ้าอัลฟอนส์อยู่ด้วยก็คง.." หยาดน้ำตาที่แทบจะกลายเป็นน้ำแข็งไหลรินอาบแก้มแดงเรื่อ ร่างบางได้แต่นึกด่าความโง่ของตัวเองที่เรียกร้องในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ทั้งที่มันเป็นแบบนี้แล้วยังจะต้องการอะไรอีก ทั้งที่เลือกเองแล้วว่าจะลาจากแล้วเขาคนนั้นจะมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร...
"อยู่แบบนั้น...คงจะหนาวสินะครับ..."
"อัล...ฟอนส์...?"
ดวงตาสีทองเบิกกว้าง เมื่อรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของเสื้อโค๊ทตัวยาวที่คลุมร่าง
เขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม เสียงทุ่มนุ่มไพเราะเสนาะหูที่เขาโหยหากำลังอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครอีกแล้วนอกจาก.. "ฮื้ออออ..อัลฟอนส์!!!"
ร่างเล็กโผเข้ากอดคนตัวสูงกว่าทันทีที่ตั้งสติได้
"อย่าทิ้งฉันไปนะ..อย่าพูดอีกนะว่านายจะไปให้พ้นหน้าฉัน..อย่าบอกอีกนะว่านายจะหายไป!"
ไหล่บางขยับขึ้นลงด้วยความสะอึกสะอื้น น้ำตาแห่งความดีใจ โล่งอก ทะลักออกมาอย่างมิอาจอดกลั้น
"ไม่แล้วครับ..." เด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่าลูบเส้นผมสีทองที่เต็มไปด้วยเกล็ดหิมะอย่างเป็นห่วงและโล่งอก ในที่สุดเขาก็ตามมาเจอคนที่เขาเป็นห่วงที่สุดในหัวใจ "ไม่มีอีกแล้ว..."
อัลฟอนส์ยิ้มอ่อนโยน กอดคนในอ้อมแขนแน่นกว่าเดิม "กลับไปที่ห้องเถอะครับ เดี๋ยวจะเป็นหวัด.."
เอ็ดเวิร์ดพยายามหยุดอาการสะอึ้น ก่อนยกมือบางขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ
"อื้อ.."
*
*
"คุณไปอาบซะนะครับ เดี๋ยวยิ่งค่ำมันจะยิ่งหนาว" ร่างสูงยิ้มอย่างเอ็นดู แม้จะปิดประตูบ้านแล้วแต่อีกฝ่ายยังคงกอดเขาไม่ปล่อย
"ไม่เอา.."
"เอ็ดเวิร์ดซัง..?" เด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่ามองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจนัก "ถ้าไม่รีบอาบจะหนาวกว่านี้นะครับ.."
"ฉันกลัวว่าถ้าไป...." วงแขนเล็กยังคงโอบแผ่นหลังกว้างอย่างไม่คิดจะคลายออก ดวงหน้าใสแนบเข้าที่แผงอกแกร่งจนรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมา "พอกลับออกมาแล้วนายจะหายไปอีก.."
เสียงเล็กอันสั่นเครือทำให้อัลฟอนส์รู้สึกผิดที่ทำให้อีกฝ่ายเสียใจจนระแวงได้ถึงขนาดนี้
"ผมไม่หายไปไหนหรอกครับ.." มือแกร่งลูบเส้นผมสีทองสลวยแผ่วเบา "ไม่หายไปไหนแล้ว.."
"จริงๆนะ" ดวงหน้าสวยเงยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ร่างสูงยิ้มตอบกลับมาอย่างจริงใจ
"ครับ"
เอ็ดเวิร์ดหายเข้าไปในห้องน้ำสักพัก ก่อนออกมายืนหนาวสั่นอยู่ที่หน้าประตู "อัลฟอนส์" ริมฝีปากบางสั่นเครือ "ฉันหนาว.."
ร่างสูงรีบคว้าผ้าขนหนูนุ่มสีขาวสะอาดมาเช็ดเส้นผมสีทองที่เปียกปอนไปด้วยหยดน้ำอย่างรวดเร็ว "ขอโทษครับผมไม่ทันเห็นว่าคุณออกมาแล้ว"
"ขอบใจนะ.." ดวงหน้าใสยิ้ม "นายไม่อาบเหรออัลฟอนส์.."
"จะให้ผมทิ้งให้คุณอยู่คนเดียวได้ยังไงล่ะครับ" สองมือแกร่งยังคงเช็ดเส้นผมให้คนตรงหน้าอย่างทนุถนอม
"ฉันไม่เป็นไรแล้วล่ะ นายไปอาบเถอะ.." มือบางหยิบผ้าขนหนูมาจากคนตัวสูงก่อนเขย่งกายเพื่อประทับริมฝีปากบางสวยที่ริมฝีปากของเด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่าอย่างเนิ่นนาน
"ฉันไปรอในห้องนะ" คนตัวเล็กยิ้มพลางวิ่งเข้าห้องอย่างหน้าตาเฉย ทิ้งให้คนอายุน้อยกว่ายืนอึ้งเป็นรูปปั้น "......." เขาแตะนิ้วเรียวที่ริมฝีปากตนเองแผ่วเบา ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มอย่างมีความสุข "แล้วผมจะตามเข้าไปครับ.."
*
*
ความหนาวเย็นของหิมะที่โปรยปรายอยู่ภายนอกทำให้ร่างที่นอนอยู่ต้องเอามือซุกที่ผ้าห่มขณะอ่านหนังสือฆ่าเวลา ดวงหน้าสวยเงยขึ้นมองผ่านหนังสือวิชา 'Alchemy' เมื่อยินเสียงประตูห้องนอนปิดลง เด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่ากำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดเส้นผมสีทองของตนอย่างลวกๆ ทำเป็นมองไม่เหนอีกฝ่ายที่กำลังแอบขำทรงผมใหม่ของเขาที่ไม่ต่างอะไรกับสิงโต
"อัลฟอนส์ นายติดกระดุมเสื้อหน่อยสิ...." ร่างบางลุกจากเตียงนุ่ม เดินไปหาร่างสูงโปร่ง "มานี่ฉันทำให้"
มือบางบรรจงติดกระดุมทีละเม็ดอย่างตั้งใจ ความตั้งใจที่มากเกินไปทำให้เด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่าอดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้
"ขอบคุณครับ.." มือแกร่งดึงเส้นผมสีทองสว่างที่ถูกมัดอย่างลวกๆของคนตัวเล็กขึ้นมาสูดดมความหอมจากแชมพูจางๆ "หอมจังนะครับ.."
"ตัวนายก็หอมนะ.." เอ็ดเวิร์ดแนบแก้มเนียนที่แผงอกแกร่ง วงแขนเล็กโอบอีกฝ่ายเบาๆ "ชั้นง่วงแล้วล่ะ.."
"งั้นก็ไปนอนเถอะครับ เดี๋ยวผมจะไปนั่งร่างแบบอีกสักพัก..."
"อัลฟอนส์.." ร่างบางกอดอีกฝ่ายแน่นกว่าเดิม "ฉันไม่อยากนอนคนเดียว.."
"แล้ว...?"
"มานอนด้วยกันนะ.." คนตัวเล็กก้มหน้างุด แม้เสียงที่เปล่งออกมาจะแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่อัลฟอนส์ก็ได้ยินเสียงนั้นอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ
"นอนกับผม..." ร่างสูงอ้ำอึ้ง สีหน้าลำบากใจ "แน่ใจแล้วเหรอครับ.."
"ทำไมต้องแน่ใจด้วยล่ะ.." เด็กหนุ่มอายุมากกว่าถาม ในขณะที่ยังคงแนบใบหน้ากับอีกฝ่าย
"เพราะว่าผม.." ร่างสูงพยายามสะกัดกั้นอารมณ์ "คุณไม่กลัวว่าผมจะทำอะไรคุณเหรอครับ..."
"ไม่กลัว..."
คำตอบที่ออกมาทำให้เด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่ายืนนิ่ง "แต่ว่าผม.."
"หรือว่านาย.." เสียงหวานกลับสั่นเครืออีกครั้ง "ไม่ต้องการฉันแล้ว.."
"ไม่ใช่นะครับ!!.." ท่าทีปฏิเสธเป็นพัลวันทำให้คนตัวเล็กอดจะยิ้มไม่ได้ เขาเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาสีฟ้า "ฉันไม่อยากเดินแล้ว.."
"....?"
"อุ้มหน่อยสิ...นะ.."
"อ่ะ..เอ็ดเวิร์ดซัง..." อัลฟอนส์อ้ำอึ้ง เขาไม่เคยลำบากใจอะไรขนาดนี้มาก่อนเลย
"ไม่ได้เหรอ.." สายตาที่เว้าวอนของคนตรงหน้าแทบจะทำให้เขาเป็นบ้าไปเสียเดี๋ยวนี้ "เอ่อ..ผม...ก็ได้ครับ..."
วงแขนแกร่งค่อยๆวางร่างผอมบางลงที่เตียงนุ่มแล้วก็ต้องเสียหลักล้มลงไปบนเตียงเนื่องจากแรงดึงของคนตัวเล็ก
"เอ็ดเวิร์ดซัง!!" ร่างสูงรีบดันตัวไว้เพื่อไม่ให้ทับร่างข้างใต้ "ผมต้องไปทำงานต่อนะครับ"
"ไม่ให้ไป.."
".............." เด็กหนุ่มอ่อนวัยกว่ายังคงสะกดอารมณ์ตัวเองอย่างสุดความสามารถ คนๆนี้ไม่ได้รู้ตัวเลยหรือไงนะว่ากำลังจะทำให้เขาหมดความอดทนแล้ว "แล้วอย่ามาว่าผมทีหลังนะครับ.."
"ถ้านายไม่" วงแขนเรียวบางดึงศีรษะของร่างสูงลงมาใกล้ จนคนตัวสูงรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว "ก็อย่ามาเสียใจทีหลังนะ.."
"คุณต่างหาก" มือแกร่งปัดเส้นผมที่ปรกหน้าหวานอย่างทนุถนอม "พูดแบบนั้นแล้วอย่ามาเสียใจทีหลังนะครับ.."
"ไม่มีทาง..."
นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่หลุดออกมาจากริมฝีปางบาง ก่อนที่ริมฝีปากได้รูปจะบดเบียดเข้าหากันอย่างหลงไหลรักใคร่และต้องการ ต้องการทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของกันและกันอย่างไม่มีวันเพียงพอ กลิ่นอายความหอมของความรักที่ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องนั้นทั้งอบอุ่นอ่อนโยนและหวานล้ำเกินกว่าจะลืมเลือนได้ เสียงที่พร่ำเรียกชื่อของกันและกันในค่ำคืนแห่งเทศกาลอันสวยงามผสานกับบทเพลงอันเปี่ยมไปด้วยความรักที่มั่นคงจะยังคงอยู่ตลอดไปตราบนานเท่านาน..
BGM :: Say it isn't so..
อ่านจบแล้ว รบกวนขอคอมเม้นต์ด้วยนะคะ^^
*อันนี้ข้อความจากริคุ "แฮบปี้คริสมาสต์ทุกๆท่านนะค๊า หวังว่าคงจะชอบของขวัญชิ้นนี้น๊า รักคุณชายกะถั่วที่สุดในโลกเลย จร๊วบบบบ><!!!"*

หุๆ
) ไม่ค่อยสงสัยเลยว่ามันซื้อขนมมาถุงเบ้อเร้อ ท้ายๆหวานมากกกกกกกกกกกกกกก
นับถือๆ




นั่งลุ้นตั้งนาน สุดท้ายท่านชายก็เสร็จหนูเอ็ด เอ้ย....ใครเสร็จใครกันแน่หว่า
อ่านแล้วเลือดวายพลุกพล่านดีจัง 555+
#1 By นางสาวแจจิน on 2005-12-25 11:24